Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างในทางการที่จ้างโดยประมาทเลินเล่อ ชนโจทก์บาดเจ็บ ขอให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหาย 99,000 บาท ได้ความว่า ก่อนฟ้องคดีนี้ โจทก์กับจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมรับค่าเสียหายในมูลละเมิดนี้ 4,000 บาท ดังนี้ สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดนั้นย่อมระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 คงมีแต่สิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น จะมาฟ้องให้รับผิดฐานละเมิดเช่นนี้อีกไม่ได้ ส่วนจำเลยที่ 1 นั้น โดยตนเองมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ หากแต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 บัญญัติให้ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดในฐานะที่เป็นนายจ้าง เมื่อหนี้ในมูลละเมิดในกรณีนี้ได้ระงับสิ้นไปดังกล่าวแล้ว ความรับผิดของจำเลยที่ 1 ก็ย่อมระงับสิ้นไปด้วย โจทก์จึงฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 นั้นอีกไม่ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15/2507)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้าง ได้ขับรถยนต์ดังกล่าวรับส่งคนโดยสารตามทางการที่จ้าง และเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 สวนทางกับโจทก์ซึ่งขับขี่จักรยาน จำเลยที่ 2 ขับโดยประมาทเลินเล่อ ท้ายรถปัดไหล่โจทก์ล้มลงบาดเจ็บสาหัส ศาลมณฑลทหารบกที่ 7 (ศาลจังหวัดเชียงใหม่) พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 แล้ว ตามสำนวนคดีอาญาแดงที่ 413/2504 โจทก์พิการขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู ขอค่าเสียหาย 81,000 บาท ค่าเสียหายฐานทำให้เสียโฉม 15,000 บาท รถจักรยานเสียหายคิดเป็นเงิน 300 บาท จำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 ด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า

จำเลยที่ 1 มิได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ได้เช่าซื้อรถยนต์นั้นไปจากจำเลยที่ 1 แล้วโจทก์ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากโจทก์ประมาทเลินเล่อค่าเสียหายที่เรียกร้องก็เกินความจริง จำเลยที่ 2 ขอรับว่า ถูกศาลพิพากษาจำคุกจริง และจำเลยที่ 2 ได้ตกลงให้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 4,000 บาท ปรากฏตามหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งอยู่ที่โจทก์โจทก์ไม่ชอบที่จะมาฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ อีกศาลชั้นต้นเห็นว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์เอง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาแดงที่ 413/2504ฟังได้ว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดในกรณีที่จำเลยกระทำผิดในทางอาญาให้แก่โจทก์แล้วโจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายนอกเหนือไปจากที่ยอมความกันไว้

เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดดังฟ้องแล้ว ก็ไม่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 หรือไม่ คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องขอบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยแต่เป็นการสมควรที่โจทก์จะไปเรียกร้องตามสัญญานั้นต่อไป พิพากษายืนในผล ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังว่า โจทก์กับจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์ยอมรับค่าเสียหายในมูลละเมิดนี้เป็นจำนวนเงิน4,000 บาทแล้ว ผลแห่งสัญญาดังกล่าวย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดนั้นระงับสิ้นไปตามมาตรา 852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์คงมีแต่สิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น

จะมาฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นคดีนี้อีกไม่ได้มีปัญหาว่า เมื่อโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 2 ผู้ละเมิดแล้วจะมาฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นนายจ้างให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดได้อีกหรือไม่ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2 ในกรณีเช่นนี้จำเลยที่ 1 โดยตนเองมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์แต่อย่างใดหากแต่มาตรา 425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติให้จำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นนายจ้างต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างเท่านั้นเมื่อหนี้ในมูลละเมิดในกรณีนี้ได้ระงับสิ้นไปแล้วโดยผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ได้ทำไว้กับจำเลยที่ 2 ความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นนายจ้างตามมาตรา 425 ก็ย่อมระงับสิ้นไปด้วย

เพราะไม่มีมูลหนี้ในมูลละเมิดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2ที่จำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างจะต้องรับผิดร่วมด้วยต่อไปอีกโจทก์จะมาฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดของจำเลยที่ 2 นั้น อีกไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้