Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60079)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์และจำเลยตกลงกันได้โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 47)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 979,606.09 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2526จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2527 จากนั้นคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2527 จนถึงวันที่ 16 มิถุนายน2528 จากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 18.5 ต่อปี นับแต่วันที่17 มิถุนายน 2528 จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2528 จากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 17.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2528จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2529 จากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 17ต่อปี นับแต่วันที่ 2 มกราคม 2529 จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2529จากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2529เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าวเพียงจำนวน 500,000 บาท หากจำเลยที่ 2ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนกว่าจะครบหนี้ส่วนที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1ให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในยอดเงินที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระอยู่เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2526 จำนวน 992,381 บาท ทบต้นได้โดยแยกหนี้ 800,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15.5 ต่อปีส่วนที่เกิน 800,000 บาท คิดอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2526 จนถึงวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติ จากนั้นให้ถืออัตราดอกเบี้ยชั้นสูงที่ขึ้นลงตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเกณฑ์ในการคำนวณดอกเบี้ยทบต้นเพียงอัตราเดียว จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2529ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 41)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจถอนฟ้องลงชื่อในคำร้อง (อันดับ 47,50)คำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกาได้ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลสามในสี่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2393/2532ธนาคารมหานคร จำกัดโจทก์นายทนุ ทำมารุ่งเรือง กับพวกจำเลยธนาคารมหานคร จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 132, ม. 175ความว่า โจทก์ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์และจำเลยตกลงกันได้โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 47)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 979,606.09 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2526จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2527 จากนั้นคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2527 จนถึงวันที่ 16 มิถุนายน2528 จากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 18.5 ต่อปี นับแต่วันที่17 มิถุนายน 2528 จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2528 จากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 17.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2528จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2529 จากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 17ต่อปี นับแต่วันที่ 2 มกราคม 2529 จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2529จากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2529เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าวเพียงจำนวน 500,000 บาท

หากจำเลยที่ 2ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนกว่าจะครบหนี้ส่วนที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1ให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในยอดเงินที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระอยู่เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2526 จำนวน 992,381 บาท ทบต้นได้โดยแยกหนี้ 800,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15.5 ต่อปีส่วนที่เกิน 800,000 บาท คิดอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2526 จนถึงวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติ จากนั้นให้ถืออัตราดอกเบี้ยชั้นสูงที่ขึ้นลงตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเกณฑ์ในการคำนวณดอกเบี้ยทบต้นเพียงอัตราเดียว

จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2529ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 41)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจถอนฟ้องลงชื่อในคำร้อง (อันดับ 47,50)คำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกาได้ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลสามในสี่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พนม พ่วงภิญโญ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8626/2557

ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาระบุว่า คู่ความแถลงร่วมกันว่าคดีสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์และจำเลยตกลงจะไปหย่าขาดจากกัน โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ขอถอนคำฟ้องในประเด็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2077/2539

เมื่อโจทก์ได้ขอถอนฟ้องและศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องไปแล้วฎีกาในชั้นการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาซึ่งเป็นคดีสาขาเป็นอันสิ้นผลบังคับไปโดยปริยายคดีไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาตามที่โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58482)

ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีในชั้นฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนคำฟ้องฎีกาโปรดอนุญาตและมีคำสั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมเป็นกรณีพิเศษในอัตราอย่างสูงแก่จำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56273)

ความว่า โจทก์ฎีกา เนื่องจากโจทก์ไม่ติดใจที่จะ ดำเนินคดีในชั้นฎีกาต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้านโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินโฉนดที่ 54997…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56341)

ความว่า จำเลยทั้งสองได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยทั้งสองไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีนี้อีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน(อันดับ 148,149)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้