Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60067)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 168)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อสิ่งก่อสร้าง เช่น คานทั้งสี่ชั้นที่จำเลยทั้งสองสร้างเชื่อมกับคานและเสาของตัวตึกแถวเลขที่ 1110 ของโจทก์ และรื้อสิ่งก่อสร้าง (ผนังตึก) ที่จำเลยทั้งสองได้สร้างปิดบังทางลมแสงสว่าง และปิดกั้นทางหนีไฟของตึกแถว เลขที่ 1110 ของโจทก์ออกไป หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 300,000 บาท และอีกเดือนละ 12,000 บาท นับตั้งแต่เดือนที่ฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเช่น คาน และกำแพงผนังตึกที่จำเลยทั้งสองร่วมกันสร้างยื่นไปเชื่อมกับตึกแถวเลขที่ 1110 ของโจทก์ตลอดทั้งสี่ชั้น หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์จำนวน 10,000 บาท และอีกเดือนละ 100 บาท นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวออกไปยกฟ้องแย้งของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์จำนวน 150,000 บาท และเดือนต่อไปเดือนละ 4,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 160,158)อนึ่ง ในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ได้นำเงินสดจำนวน14,400 บาท มาวางเป็นประกันค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (อันดับ 144,145)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนหนึ่งคนใด หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จำนวน 150,000 บาท และอีกเดือนละ 5,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2381/2532นายสวัสดิ์ โลกุตรพลโจทก์นายธงชัย ลักษมีอรุโณทัย กับพวกจำเลยนายไพบูลย์ กมลเชษฐ์ ทนายจำเลยทั้งสองผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 168)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อสิ่งก่อสร้าง เช่น คานทั้งสี่ชั้นที่จำเลยทั้งสองสร้างเชื่อมกับคานและเสาของตัวตึกแถวเลขที่ 1110 ของโจทก์ และรื้อสิ่งก่อสร้าง (ผนังตึก) ที่จำเลยทั้งสองได้สร้างปิดบังทางลมแสงสว่าง และปิดกั้นทางหนีไฟของตึกแถว เลขที่ 1110 ของโจทก์ออกไป หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 300,000 บาท และอีกเดือนละ 12,000 บาท นับตั้งแต่เดือนที่ฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเช่น

คาน และกำแพงผนังตึกที่จำเลยทั้งสองร่วมกันสร้างยื่นไปเชื่อมกับตึกแถวเลขที่ 1110 ของโจทก์ตลอดทั้งสี่ชั้น หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์จำนวน 10,000 บาท และอีกเดือนละ 100 บาท นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวออกไปยกฟ้องแย้งของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์จำนวน 150,000 บาท และเดือนต่อไปเดือนละ 4,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 160,158)

อนึ่ง ในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ได้นำเงินสดจำนวน14,400 บาท มาวางเป็นประกันค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (อันดับ 144,145)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนหนึ่งคนใด หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จำนวน 150,000 บาท และอีกเดือนละ 5,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล เปาอินทร์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้