Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60062)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาลงโทษหนักซึ่งเป็นการฎีกาในเรื่องดุลพินิจในการลงโทษ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 2 ปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ครบทุกประเด็น โจทก์จึงฎีกาขอให้ศาลฎีกายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีหรือขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ ฎีกาของโจทก์จึงมิใช่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 95)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือนและปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาที่ว่าการกระทำผิดของจำเลยเกิดจากโจทก์กล่าวคำหยาบด่าว่าจำเลยเกิดจากจำเลยบันดาลโทสะ และจำเลยกระทำผิดโดยไม่มีนิสัยชั่วได้พยายามบรรเทาผลร้ายแต่โจทก์ไม่ยอมรับหรือไม่ การรับสารภาพของจำเลยเป็นการรับสารภาพตามกฎหมายและมีเหตุตามกฎหมายที่จะลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษและลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วนั้น ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวแล้วไปในตัว ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา และที่โจทก์อ้างว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าศาลล่างวินิจฉัยคดีโดยฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนประการใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2375/2532นางเพ็ญทิพย์ จันทร์โภชาโจทก์นายวิเชียร ลีระเติมพงษ์จำเลยนางเพ็ญทิพย์ จันทร์โภชา โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาลงโทษหนักซึ่งเป็นการฎีกาในเรื่องดุลพินิจในการลงโทษ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 2 ปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ครบทุกประเด็น โจทก์จึงฎีกาขอให้ศาลฎีกายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีหรือขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ ฎีกาของโจทก์จึงมิใช่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 95)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือนและปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาที่ว่าการกระทำผิดของจำเลยเกิดจากโจทก์กล่าวคำหยาบด่าว่าจำเลยเกิดจากจำเลยบันดาลโทสะ และจำเลยกระทำผิดโดยไม่มีนิสัยชั่วได้พยายามบรรเทาผลร้ายแต่โจทก์ไม่ยอมรับหรือไม่ การรับสารภาพของจำเลยเป็นการรับสารภาพตามกฎหมายและมีเหตุตามกฎหมายที่จะลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษและลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วนั้น ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวแล้วไปในตัว ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา และที่โจทก์อ้างว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าศาลล่างวินิจฉัยคดีโดยฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนประการใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2567

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุคนใดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้