Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60040)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้สิทธิฎีกาของโจทก์ร่วมเกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532มีผลใช้บังคับ จึงใช้กฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ร่วมเริ่มมีสิทธิ ซึ่งเป็นคุณกว่า จึงให้รับฎีกาโจทก์ร่วมข้อ 2.1 ซึ่งเป็นฎีกาข้อกฎหมายไว้พิจารณา ส่วนฎีกานอกนั้นโดยเฉพาะฎีกาข้อ 3 ที่ว่าจำเลยรับรองด้วยนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ร่วมยกขึ้นใหม่ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมข้อ 2.1(น่าจะเป็น 2.2)และข้อ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โดยข้อ 2.2 ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน ส่วนข้อ 3ฎีกาว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 แสดงว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมข้อ 2.2 และข้อ 3 ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,83,91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 ระหว่างพิจารณา นายเกียรติ รักสุจริตหรือนายเซียะโอ้วแซ่เตีย ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 126 แผ่นที่ 2)โจทก์ร่วมจึงยืนคำร้องนี้ (อันดับ 130)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2532 ก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532มีผลบังคับ และโจทก์ร่วมยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2532 ภายหลังที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับดังกล่าวมีผลบังคับแล้ว โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ กรณีจะต้องห้ามฎีกาหรือไม่ ย่อมจะต้องถือตามกฎหมายที่มีผลบังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกานั้นเป็นสำคัญ ดังนี้ คดีของโจทก์ร่วมจึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ร่วม ข้อ 2.2 และข้อ 3 นั้นศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2345/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายเกียรติ รักสุจริตหรือนายเซียะโอ้ว แซ่เตียโจทก์บริษัทอินเตอร์เวิลค์พัฒนกิจ จำกัด กับพวกจำเลยนางสาวกาญจนา วราโพธิ์ ทนายโจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้สิทธิฎีกาของโจทก์ร่วมเกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532มีผลใช้บังคับ จึงใช้กฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ร่วมเริ่มมีสิทธิ ซึ่งเป็นคุณกว่า จึงให้รับฎีกาโจทก์ร่วมข้อ 2.1 ซึ่งเป็นฎีกาข้อกฎหมายไว้พิจารณา ส่วนฎีกานอกนั้นโดยเฉพาะฎีกาข้อ 3 ที่ว่าจำเลยรับรองด้วยนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ร่วมยกขึ้นใหม่ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมข้อ 2.1(น่าจะเป็น 2.2)และข้อ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โดยข้อ 2.2 ฎีกาว่า

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน ส่วนข้อ 3ฎีกาว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 แสดงว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมข้อ 2.2 และข้อ 3 ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,83,91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 ระหว่างพิจารณา นายเกียรติ รักสุจริตหรือนายเซียะโอ้วแซ่เตีย ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 126 แผ่นที่ 2)โจทก์ร่วมจึงยืนคำร้องนี้ (อันดับ 130)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2532 ก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532มีผลบังคับ และโจทก์ร่วมยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2532 ภายหลังที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับดังกล่าวมีผลบังคับแล้ว โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ กรณีจะต้องห้ามฎีกาหรือไม่ ย่อมจะต้องถือตามกฎหมายที่มีผลบังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกานั้นเป็นสำคัญ ดังนี้ คดีของโจทก์ร่วมจึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ร่วม ข้อ 2.2 และข้อ 3 นั้นศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1939/2561

คดีส่วนอาญาศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจึงกระทำความผิดต่อผู้ตาย อันเป็นการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 72 ผู้ตาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้