Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60005)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาทั้งฉบับจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่นำสืบมาในศาลชั้นต้น สำหรับฎีกาข้อ 3 ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 2 ก็ได้ยกขึ้นกันมาแล้วทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 153แผ่นที่ 3)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงินตามเช็คจำนวน 27,540 บาท ให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2526 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายและถือว่าจำเลยผิดนัดจนถึงวันฟ้อง(23 เมษายน 2527) แต่ไม่ให้เกิน 1,918.77 บาท ตามโจทก์ขอและให้ชำระดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะร่วมกันชำระเงินให้โจทก์เสร็จศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 150)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 152)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ที่ลงไว้หลังเช็คพิพาทนั้น ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยที่ 2 นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์โดยจำเลยที่ 2 สลักหลังเช็คมอบให้โจทก์ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 มิได้สลักหลังเช็คพิพาทแลกเงินสดจากโจทก์แต่นายชัยวุฒิเป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาทแลกเงินสดจากโจทก์เมื่อเช็คพิพาทขึ้นเงินไม่ได้ โจทก์จึงให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อหลังเช็คพิพาท ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 2 ฎีกาโต้เถียงมาในข้อ 3 นั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อกฎหมายนั้นไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 3 จึงชอบแล้วเช่นกัน ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2305/2532นายเปงไล้ แซ่ตั้งโจทก์นายสมพงษ์ เหล่าเลิศ กับพวกจำเลยนายเกรียง สกุลไชยกร จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 248, ม. 249ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาทั้งฉบับจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่นำสืบมาในศาลชั้นต้น สำหรับฎีกาข้อ 3 ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 2 ก็ได้ยกขึ้นกันมาแล้วทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 153แผ่นที่ 3)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงินตามเช็คจำนวน 27,540 บาท ให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2526 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายและถือว่าจำเลยผิดนัดจนถึงวันฟ้อง(23 เมษายน 2527) แต่ไม่ให้เกิน 1,918.77 บาท ตามโจทก์ขอและให้ชำระดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะร่วมกันชำระเงินให้โจทก์เสร็จศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 150)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 152)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ที่ลงไว้หลังเช็คพิพาทนั้น ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยที่ 2 นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์โดยจำเลยที่ 2 สลักหลังเช็คมอบให้โจทก์

จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 มิได้สลักหลังเช็คพิพาทแลกเงินสดจากโจทก์แต่นายชัยวุฒิเป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาทแลกเงินสดจากโจทก์เมื่อเช็คพิพาทขึ้นเงินไม่ได้ โจทก์จึงให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อหลังเช็คพิพาท ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 2 ฎีกาโต้เถียงมาในข้อ 3 นั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อกฎหมายนั้นไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 3 จึงชอบแล้วเช่นกัน ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57798)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท และเป็นคดีฟ้องขับไล่ซึ่งขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท ทั้งจำเลยมิได้กล่าวแก้ด้วยกรรมสิทธิ์เมื่อศาลอุทธรณ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59694)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาปัญหาว่า โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมไม่อาจใช้สิทธิของตนโดยลำพังในการฟ้องคดีนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60057)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ มิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้