Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60002)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ระบุวรรค เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำเลยไม่เกิน 2 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามฎีกาข้อ ข. และ ค. ส่วนฎีกาตามข้อ ก. แม้จะอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ดำเนินกระบวนพิจารณาข้ามขั้นตอนส่วนในปัญหาข้อเท็จจริงเป็นการบรรยายเหตุอันสมควรปรานีแก่จำเลยเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 24)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357,83 จำคุก 3 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 23)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจรแต่ชั้นสอบสวนจำเลยรับสารภาพฐานลักทรัพย์จำเลยจึงกระทำผิดฐานลักทรัพย์ไม่ใช่กระทำผิดฐานรับของโจรจำเลยรับสารภาพในความผิดที่มิได้ก่อให้เกิดขึ้น ศาลจึงลงโทษฐานรับของโจรไม่ได้ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรจึงคลาดเคลื่อนต่อกฎหมายนั้น เห็นว่า ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานและไม่ได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 และไม่มีเหตุสมควรจะรับวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2302/2532พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายเหรียญ ค้ำกระโทกจำเลยนายเหรียญ ค้ำกระโทก จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 224, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ระบุวรรค เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำเลยไม่เกิน 2 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามฎีกาข้อ ข. และ ค. ส่วนฎีกาตามข้อ ก. แม้จะอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ดำเนินกระบวนพิจารณาข้ามขั้นตอนส่วนในปัญหาข้อเท็จจริงเป็นการบรรยายเหตุอันสมควรปรานีแก่จำเลยเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 24)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357,83 จำคุก 3 ปี

จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 23)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจรแต่ชั้นสอบสวนจำเลยรับสารภาพฐานลักทรัพย์จำเลยจึงกระทำผิดฐานลักทรัพย์ไม่ใช่กระทำผิดฐานรับของโจรจำเลยรับสารภาพในความผิดที่มิได้ก่อให้เกิดขึ้น ศาลจึงลงโทษฐานรับของโจรไม่ได้ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรจึงคลาดเคลื่อนต่อกฎหมายนั้น เห็นว่า ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานและไม่ได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 และไม่มีเหตุสมควรจะรับวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา ธนานันท์ · ศักดา โมกขมรรคกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57067)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59945)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามฎีกาข้อ ก.นั้นศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจแก้บทและวรรคให้ถูกต้องโดยมิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ ขและคเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59961)

ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าแม้ฎีกาข้อ 2.1 จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระต้องห้ามตามประมว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60017)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยข้อ 1ที่ว่าไม่อาจนำมาตรา 70 มาปรับใช้กับข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยจะมิได้ว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61439)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยตามข้อ2.1(1)-(4) ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาข้อ 2.2แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้ยกขึ้นมาว่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้