Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59947)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้ายจึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์โดยมิได้วินิจฉัยเนื้อหาของคำร้องว่าโจทก์ยากจนหรือไม่ และศาลชั้นต้นรับฟังว่าฟ้องโจทก์เป็นเรื่องผิดสัญญาจ้างทำของ ศาลอุทธรณ์รับฟังว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาเรียกค่าบำเหน็จตัวแทนเป็นการวินิจฉัยที่แตกต่างกัน ฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 62)คดีทั้ง 22 สำนวนนี้ โจทก์เป็นบุคคลเดียวกัน ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาคดีทั้ง 22 สำนวนเข้าด้วยกันโจทก์ยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาโดยอ้างว่า โจทก์เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ และโจทก์มีทางชนะคดี ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วสั่งว่า ได้ความจากนายสิทธิพรสารคำ พยานโจทก์ว่า จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางตกลงให้ค่าจ้างแก่โจทก์ร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ชนะคดี โจทก์ยื่นคำฟ้องนายจ้างของจำเลยต่อศาลคำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์เป็นผู้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจทก์จะต้องแสดงให้เป็นที่เชื่อได้ว่าเป็นคนยากจน และโจทก์จะต้องแสดงให้เห็นว่า คดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้องด้วยศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคำร้องของโจทก์แล้วว่า คดีไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีกว่าโจทก์ยากจนหรือไม่ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โดยวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องเช่นเดียวกันกับศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้จึงถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสุดท้ายโจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2181 - 2202/2532นายสันติพงษ์ นิมิตรดีโจทก์นายเสถียร ปรีชาจำเลยนายสันติพงษ์ นิมิตรดี โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้ายจึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์โดยมิได้วินิจฉัยเนื้อหาของคำร้องว่าโจทก์ยากจนหรือไม่ และศาลชั้นต้นรับฟังว่าฟ้องโจทก์เป็นเรื่องผิดสัญญาจ้างทำของ ศาลอุทธรณ์รับฟังว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาเรียกค่าบำเหน็จตัวแทนเป็นการวินิจฉัยที่แตกต่างกัน ฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 62)คดีทั้ง 22 สำนวนนี้

โจทก์เป็นบุคคลเดียวกัน ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาคดีทั้ง 22 สำนวนเข้าด้วยกันโจทก์ยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาโดยอ้างว่า โจทก์เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ และโจทก์มีทางชนะคดี ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วสั่งว่า ได้ความจากนายสิทธิพรสารคำ พยานโจทก์ว่า จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางตกลงให้ค่าจ้างแก่โจทก์ร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ชนะคดี โจทก์ยื่นคำฟ้องนายจ้างของจำเลยต่อศาลคำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์เป็นผู้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจทก์จะต้องแสดงให้เป็นที่เชื่อได้ว่าเป็นคนยากจน และโจทก์จะต้องแสดงให้เห็นว่า คดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้องด้วยศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคำร้องของโจทก์แล้วว่า

คดีไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีกว่าโจทก์ยากจนหรือไม่ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โดยวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องเช่นเดียวกันกับศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้จึงถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสุดท้ายโจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา ธนานันท์ · ศักดา โมกขมรรคกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5591/2548

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล 1 ใน 2 ส่วน หากจำเลยที่ 3 ไม่เห็นพ้องด้วยก็ต้องอุทธรณ์คำสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2548

การพิจารณาว่าจะอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้หรือไม่เพียงใดนั้น ศาลต้องพิจารณาสาระสำคัญ 2 ประการคือ ประการแรก คดีของโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์กล่าวอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้