Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59937)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เหตุที่จำเลยอ้างมาในฎีกาว่าเป็นข้อกฎหมายนั้นศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีกาของจำเลยจึงไม่ใช่ฎีกาโต้แย้งคำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ไม่ปรากฏในคำฟ้องและในสำนวนคดีมาก่อนแล้วพิพากษาแก้ไขอย่างมากโดยไม่รอลงอาญาแก่จำเลยนั้น เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือคำฟ้องและนอกสำนวนจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยต่อไป โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 26)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,76 ลงโทษจำคุก6 เดือน ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน และปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 4 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน โดยไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 22)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าการที่ศาลอุทธรณ์รับฟังอุทธรณ์ของโจทก์ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยอาจมีกัญชาไว้เพื่อจำหน่าย เป็นการขัดต่อข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย ทั้งยังขัดกับคำฟ้องของโจทก์ที่ฟ้องเพียงมีไว้ในครอบครองนั้น ก็ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เพียงว่าจำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองถึง 15 กรัม คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์มิได้รับฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือคำฟ้องและนอกสำนวนดังที่จำเลยกล่าวอ้างในคำร้องนี้เลย ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2125/2532พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นายสมพร ภีระคำจำเลยนายสมพร ภีระคำ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 216ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เหตุที่จำเลยอ้างมาในฎีกาว่าเป็นข้อกฎหมายนั้นศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีกาของจำเลยจึงไม่ใช่ฎีกาโต้แย้งคำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ไม่ปรากฏในคำฟ้องและในสำนวนคดีมาก่อนแล้วพิพากษาแก้ไขอย่างมากโดยไม่รอลงอาญาแก่จำเลยนั้น เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือคำฟ้องและนอกสำนวนจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยต่อไป โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 26)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,76 ลงโทษจำคุก6 เดือน ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน และปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 4 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน โดยไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 22)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าการที่ศาลอุทธรณ์รับฟังอุทธรณ์ของโจทก์ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยอาจมีกัญชาไว้เพื่อจำหน่าย เป็นการขัดต่อข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย ทั้งยังขัดกับคำฟ้องของโจทก์ที่ฟ้องเพียงมีไว้ในครอบครองนั้น ก็ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เพียงว่าจำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองถึง 15 กรัม คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์มิได้รับฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือคำฟ้องและนอกสำนวนดังที่จำเลยกล่าวอ้างในคำร้องนี้เลย ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · ปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268 ซึ่งแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2567

จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยคัดลอกข้อความมาจากอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น คงมีการแก้ไขเฉพาะคำว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นศาลฎีกา และมีส่วนเพิ่มเติมจากอุทธรณ์ไปบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์โดยอาศัยสิทธิตามคำฟ้องของพนักงานอัยการ กรณีจึงไม่อาจฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากคำฟ้องได้ เมื่อฟ้องโจทก์ระบุเพียงว่าเป็นการกระทำต่อทรัพย์มรดกของผู้ตาย มิไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้