Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59893)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อ 2.1,2.2และข้อ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.6, จ.8 ส่วนข้อ3.1,3.2 จำเลยที่ 2 ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ฎีกาจำเลยที่ 2ข้อ 4 ส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.2, จ.4 และ จ.10เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ไม่รับฎีกาในส่วนนี้จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทุกข้อ กล่าวคือในข้อ 3.1 และ 3.2 ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความหรือไม่นั้น แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ก็ตาม แต่ปัญหาข้อกฎหมายทั้งสองดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ซึ่งจำเลยที่ 2ย่อมยกขึ้นอ้างได้ สำหรับฎีกาข้อ 4 ในส่วนที่ไม่รับนั้น ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จึงไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดสำหรับเช็คพิพาทหมาย จ.2, จ.4 และ จ.10 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เช็คพิพาทหมาย จ.2, จ.4จำคุกกระทงละ 3 เดือน เช็คพิพาทหมาย จ.10 จำคุก 6 เดือนรวมจำคุก 12 เดือน ส่วนเช็คพิพาทหมาย จ.6 และ จ.8 ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดสำหรับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.6 และ จ.8 ด้วย ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ3 เดือนเมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 18 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 95)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 3.1 เป็นฎีกาในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้รับฎีกาข้อ 3.1 ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาสำหรับฎีกาข้อ 3.2 นั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดของจำเลยครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน2528 เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คครั้งแรกในวันดังกล่าวแต่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดของจำเลยในเดือนตุลาคม 2528 คดีจึงขาดอายุความ ฎีกาข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังที่จำเลยที่ 2กล่าวอ้างไม่ ส่วนฎีกาข้อ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมายจ.2, จ.4และ จ.10 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 3.2 และข้อ 4 ในส่วนนี้จึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2072/2532นายภูวดล วงษ์ยิ่งสินโจทก์บริษัทภัทรสาส์น จำกัด กับพวกจำเลยนายวีระศักดิ์ สุขะวิริยะ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อ 2.1,2.2และข้อ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.6, จ.8 ส่วนข้อ3.1,3.2 จำเลยที่ 2 ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ฎีกาจำเลยที่ 2ข้อ 4 ส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.2, จ.4 และ จ.10เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ไม่รับฎีกาในส่วนนี้จำเลยที่ 2 เห็นว่า

ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทุกข้อ กล่าวคือในข้อ 3.1 และ 3.2 ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความหรือไม่นั้น แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ก็ตาม แต่ปัญหาข้อกฎหมายทั้งสองดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ซึ่งจำเลยที่ 2ย่อมยกขึ้นอ้างได้ สำหรับฎีกาข้อ 4 ในส่วนที่ไม่รับนั้น ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จึงไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 104)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดสำหรับเช็คพิพาทหมาย จ.2, จ.4 และ จ.10 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เช็คพิพาทหมาย จ.2, จ.4จำคุกกระทงละ 3 เดือน เช็คพิพาทหมาย จ.10 จำคุก 6 เดือนรวมจำคุก 12 เดือน ส่วนเช็คพิพาทหมาย จ.6 และ จ.8 ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดสำหรับเช็คพิพาทเอกสารหมาย

จ.6 และ จ.8 ด้วย ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ3 เดือนเมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 18 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 95)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 3.1 เป็นฎีกาในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้รับฎีกาข้อ 3.1 ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาสำหรับฎีกาข้อ 3.2 นั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดของจำเลยครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน2528 เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คครั้งแรกในวันดังกล่าวแต่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์รู้ถึงการกระทำผิดของจำเลยในเดือนตุลาคม 2528 คดีจึงขาดอายุความ

ฎีกาข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังที่จำเลยที่ 2กล่าวอ้างไม่ ส่วนฎีกาข้อ 4 ในส่วนที่เกี่ยวกับเช็คพิพาทเอกสารหมายจ.2, จ.4และ จ.10 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 3.2 และข้อ 4 ในส่วนนี้จึงชอบแล้ว

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9076/2558

แม้ปัญหาเรื่องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งจำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ก็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้