Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59827)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมโดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 เห็นว่าฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 นอกจากนี้ฎีกาของโจทก์ร่วมยังเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า คำรับของจำเลยที่รับก่อนที่พนักงานสอบสวนจะสอบสวนจำเลยโดยพูดกับนายวีระสิทธิ์ว่า "อาจมีการเข้าใจผิด ในขณะนั้นต้องการปลอมจึงหอมผมนางธิดา(ซึ่งหมายถึงโจทก์ร่วม)" นั้นเป็นการรับข้อเท็จจริงที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประโยชน์ของตนเองจะรับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ซึ่งปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 89 ก)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ระหว่างพิจารณา นางธิดา สิงห์ทอง ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 85)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าคำรับของจำเลยที่รับต่อผู้อื่นก่อนที่พนักงานสอบสวนจะสอบสวนจำเลยรับฟังลงโทษจำเลยได้นั้น ซึ่งแม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไร้สาระที่ไม่ทำให้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองเปลี่ยนไป ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1977/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางธิดา สิงห์ทองโจทก์นายแพทย์สุธี รัตนหายะจำเลยนางธิดา สิงห์ทอง โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมโดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 เห็นว่าฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 นอกจากนี้ฎีกาของโจทก์ร่วมยังเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า คำรับของจำเลยที่รับก่อนที่พนักงานสอบสวนจะสอบสวนจำเลยโดยพูดกับนายวีระสิทธิ์ว่า "อาจมีการเข้าใจผิด ในขณะนั้นต้องการปลอมจึงหอมผมนางธิดา(ซึ่งหมายถึงโจทก์ร่วม)"

นั้นเป็นการรับข้อเท็จจริงที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประโยชน์ของตนเองจะรับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ซึ่งปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 89 ก)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ระหว่างพิจารณา นางธิดา สิงห์ทอง ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 85)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าคำรับของจำเลยที่รับต่อผู้อื่นก่อนที่พนักงานสอบสวนจะสอบสวนจำเลยรับฟังลงโทษจำเลยได้นั้น ซึ่งแม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่ไร้สาระที่ไม่ทำให้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองเปลี่ยนไป ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8488/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ข้อห้ามมิให้ฎีกาเช่นว่านี้ ย่อมห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เว้นแต่ผู้พิพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้