Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59749)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ไม่รับอุทธรณ์โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่า จำเลยที่ 12ที่ 13 ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือไม่ และอุทธรณ์ข้อ 2.2 เป็นปัญหาในการตีความพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ว่า การที่จำเลยที่ 12ที่ 13 เลิกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 11 จะมีอำนาจสั่งให้จ่ายค่าเสียหายได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสิบสามได้รับสำเนาคำร้องแล้วเฉพาะจำเลยที่ 12 ที่ 13 แถลงคัดค้าน (อันดับ 94,95,96)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 11 ที่ 36/2531 ให้จำเลยที่ 12รับโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 และจำเลยที่ 13 รับโจทก์ที่ 5 ถึงที่ 9กลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ดังกล่าวนับจากวันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากโจทก์ไม่สามารถทำงานร่วมกันจำเลยที่ 12 และที่ 13 ให้จำเลยที่ 12และที่ 13 จ่ายค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย ฯลฯ นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1ถึงจำเลยที่ 11 ให้จำเลยที่ 12 จ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1จำนวน 8,200 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 12,500 บาท โจทก์ที่ 3จำนวน 46,000 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 45,500 บาท และให้จำเลยที่ 13 จ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 5 จำนวน 41,400 บาทโจทก์ที่ 6 จำนวน 43,900 บาท โจทก์ที่ 7 จำนวน 38,800 บาทโจทก์ที่ 8 จำนวน 65,400 บาท และโจทก์ที่ 9 จำนวน 58,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินของโจทก์แต่ละคนดังกล่าวนับจากวันฟ้อง (วันที่ 2 พฤศจิกายน 2531)จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ทั้งเก้า คำขอของโจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 9 นอกจากนี้ให้ยกเสียโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 91)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 92)คำสั่งอุทธรณ์ข้อแรกของโจทก์ทั้งเก้าคนที่ว่า การที่จำเลยที่ 12, ที่ 13 ได้ตกลงรับโจทก์ทั้งเก้าคนและลูกจ้างทุกคนที่นัดหยุดงานกลับเข้าทำงาน แต่เมื่อโจทก์ทุกคนและลูกจ้างอื่นไปรายงานตัว จำเลยที่ 12 ที่ 13 มิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่ยอมมอบหมายหน้าที่การงานให้ทำและเลิกจ้างโจทก์ทั้งเก้าคนพร้อมทั้งพนักงานอื่นที่นัดหยุดงาน เป็นการกระทำที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอันเป็นมูลละเมิดระหว่างจำเลยที่ 12 ที่ 13ซึ่งเป็นนายจ้างกับโจทก์ทั้งเก้าคนซึ่งเป็นลูกจ้าง สืบเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานนั้น ปรากฏว่าในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางหาได้หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยไว้แต่ประการใดไม่ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ทั้งเก้าคนจึงเป็นการอุทธรณ์นอกเหนือคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง ถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงอันต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนอุทธรณ์ข้อสองของโจทก์ที่ว่า จากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังว่า จำเลยที่ 12 ที่ 13 เห็นว่าพนักงานมีความเห็นแตกแยกเป็น 2 กลุ่ม ถ้าทำงานด้วยกันอาจก่อให้เกิดความระส่ำระสาย หรืออาจเกิดความไม่สงบนั้นเป็นเรื่องที่จำเลยคาดคิดไปเอง ไม่ใช่เป็นความผิดหรือเป็นผลจากการกระทำของโจทก์ทั้งเก้าคน จึงขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 12,ที่ 13 รับโจทก์ทั้งเก้าคนกลับเข้าทำงาน เห็นว่าอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ทั้งเก้าคนเป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า เนื่องจากจำเลยที่ 12 ที่ 13 ไม่ไว้วางใจโจทก์ทั้งเก้าคนเพราะตามพฤติการณ์ระหว่างที่พนักงานชุมนุมนัดหยุดงานมีการทำลายทรัพย์สินของจำเลยที่ 12 ที่ 13 หากจะให้จำเลยที่ 12 ที่ 13รับโจทก์ทั้งเก้าคนกลับเข้าทำงานต่อไปจะไม่เป็นผลดีแก่ระบบการผลิตของจำเลยที่ 12 ที่ 13 จึงไม่มีเหตุที่จำเลยที่ 12ที่ 13 จะต้องรับโจทก์ทุกคนกลับเข้าทำงาน อุทธรณ์ข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์เช่นกันศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1889/2532นายชวลิต ลาภศิริอนันต์กุล กับพวกโจทก์นายอร่าม สุทธะพินธุ กับพวกจำเลยนายชวลิต ลาภศิริอนันต์กุล กับพวก โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ไม่รับอุทธรณ์โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่า จำเลยที่ 12ที่ 13 ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือไม่ และอุทธรณ์ข้อ 2.2 เป็นปัญหาในการตีความพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ว่า การที่จำเลยที่ 12ที่ 13 เลิกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 11 จะมีอำนาจสั่งให้จ่ายค่าเสียหายได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสิบสามได้รับสำเนาคำร้องแล้วเฉพาะจำเลยที่ 12 ที่ 13 แถลงคัดค้าน (อันดับ 94,95,96)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 11 ที่ 36/2531 ให้จำเลยที่ 12รับโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 และจำเลยที่ 13 รับโจทก์ที่ 5 ถึงที่ 9กลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ดังกล่าวนับจากวันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากโจทก์ไม่สามารถทำงานร่วมกันจำเลยที่ 12 และที่ 13 ให้จำเลยที่ 12และที่ 13 จ่ายค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย

ฯลฯ นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1ถึงจำเลยที่ 11 ให้จำเลยที่ 12 จ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1จำนวน 8,200 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 12,500 บาท โจทก์ที่ 3จำนวน 46,000 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 45,500 บาท และให้จำเลยที่ 13 จ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 5 จำนวน 41,400 บาทโจทก์ที่ 6 จำนวน 43,900 บาท โจทก์ที่ 7 จำนวน 38,800 บาทโจทก์ที่ 8 จำนวน 65,400 บาท และโจทก์ที่ 9 จำนวน 58,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินของโจทก์แต่ละคนดังกล่าวนับจากวันฟ้อง (วันที่ 2 พฤศจิกายน 2531)จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ทั้งเก้า คำขอของโจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 9 นอกจากนี้ให้ยกเสียโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 91)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 92)คำสั่งอุทธรณ์ข้อแรกของโจทก์ทั้งเก้าคนที่ว่า การที่จำเลยที่ 12, ที่ 13 ได้ตกลงรับโจทก์ทั้งเก้าคนและลูกจ้างทุกคนที่นัดหยุดงานกลับเข้าทำงาน แต่เมื่อโจทก์ทุกคนและลูกจ้างอื่นไปรายงานตัว จำเลยที่ 12 ที่ 13 มิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่ยอมมอบหมายหน้าที่การงานให้ทำและเลิกจ้างโจทก์ทั้งเก้าคนพร้อมทั้งพนักงานอื่นที่นัดหยุดงาน เป็นการกระทำที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอันเป็นมูลละเมิดระหว่างจำเลยที่ 12 ที่ 13ซึ่งเป็นนายจ้างกับโจทก์ทั้งเก้าคนซึ่งเป็นลูกจ้าง สืบเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานนั้น ปรากฏว่าในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางหาได้หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยไว้แต่ประการใดไม่

อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ทั้งเก้าคนจึงเป็นการอุทธรณ์นอกเหนือคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง ถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงอันต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ส่วนอุทธรณ์ข้อสองของโจทก์ที่ว่า จากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังว่า จำเลยที่ 12 ที่ 13 เห็นว่าพนักงานมีความเห็นแตกแยกเป็น 2 กลุ่ม ถ้าทำงานด้วยกันอาจก่อให้เกิดความระส่ำระสาย หรืออาจเกิดความไม่สงบนั้นเป็นเรื่องที่จำเลยคาดคิดไปเอง ไม่ใช่เป็นความผิดหรือเป็นผลจากการกระทำของโจทก์ทั้งเก้าคน จึงขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 12,ที่ 13 รับโจทก์ทั้งเก้าคนกลับเข้าทำงาน เห็นว่าอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ทั้งเก้าคนเป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า

เนื่องจากจำเลยที่ 12 ที่ 13 ไม่ไว้วางใจโจทก์ทั้งเก้าคนเพราะตามพฤติการณ์ระหว่างที่พนักงานชุมนุมนัดหยุดงานมีการทำลายทรัพย์สินของจำเลยที่ 12 ที่ 13 หากจะให้จำเลยที่ 12 ที่ 13รับโจทก์ทั้งเก้าคนกลับเข้าทำงานต่อไปจะไม่เป็นผลดีแก่ระบบการผลิตของจำเลยที่ 12 ที่ 13 จึงไม่มีเหตุที่จำเลยที่ 12ที่ 13 จะต้องรับโจทก์ทุกคนกลับเข้าทำงาน อุทธรณ์ข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์เช่นกันศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้