Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59572)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ส่วนข้อหาตามมาตรา 157 และมาตรา 326 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์จึงฎีกาได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ในข้อหาฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและฐานหมิ่นประมาทไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177,326,157,83 และมาตรา 91 ฯลฯศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 46)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว สำหรับความผิดที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 157 นั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า จำเลยเบิกความโดยสุจริตในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา329(2) บัญญัติว่า ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริตในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 326) เมื่อฟังว่าจำเลยเบิกความโดยสุจริตในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ คดีโจทก์ย่อมไม่มีมูล เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ด้วย เช่นนี้จึงเป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อกฎหมายส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทและฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือโดยทุจริตทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงไม่มีมูลความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวนั้น ย่อมเป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีโจทก์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ซึ่งแก้ไขแล้ว และตามนัยคำสั่งคำร้องของศาลฎีกาที่607/2529 ให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1573/2532นายลั่น สมหาญวงศ์โจทก์สิบตำรวจตรีทน บรรจบจำเลยนายลั่น สมหาญวงศ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ส่วนข้อหาตามมาตรา 157 และมาตรา 326 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์จึงฎีกาได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ในข้อหาฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและฐานหมิ่นประมาทไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177,326,157,83 และมาตรา 91 ฯลฯศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว

พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 46)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว สำหรับความผิดที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 157 นั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า จำเลยเบิกความโดยสุจริตในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา329(2) บัญญัติว่า ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริตในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 326) เมื่อฟังว่าจำเลยเบิกความโดยสุจริตในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่

คดีโจทก์ย่อมไม่มีมูล เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ด้วย เช่นนี้จึงเป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อกฎหมายส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทและฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือโดยทุจริตทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงไม่มีมูลความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวนั้น ย่อมเป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีโจทก์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ซึ่งแก้ไขแล้ว และตามนัยคำสั่งคำร้องของศาลฎีกาที่607/2529 ให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้