Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59562)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นฎีกาเฉพาะข้อ 2.1 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายเท่านั้น นอกนั้นเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยข้อ 2.2ฎีกาว่าคดีแพ่งที่จำเลยได้ยื่นฟ้องนายอำเภอบ้านแพง กับพวกเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดนครพนมเรื่องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่เพิกถอนสัญชาติไทยนั้น บัดนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแล้วว่า จำเลยเป็นคนสัญชาติไทยปรากฏตามเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 1และข้อ 2.3 ฎีกาว่าเจตนาในการกระทำความผิดของจำเลยคดีนี้กับเจตนาของจำเลยในคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1615/2528แตกต่างกันหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 217)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 และมาตรา 267 ให้ลงโทษตามมาตรา 265,268 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี กระทงหนึ่งและมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267,268 และมาตรา 267 ให้ลงโทษตามมาตรา 267,268 จำคุก 1 ปี อีกกระทงหนึ่งเรียงกระทงลงโทษแล้ว รวมจำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 210)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 216)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาข้อ 2.2 ว่าในคดีที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องนายอำเภอบ้านแพง และผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นจำเลย ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่เพิกถอนสัญชาติของจำเลย ศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำเลยเป็นคนสัญชาติไทยแล้ว และจำเลยฎีกาข้อ 2.3 ว่าเจตนาของจำเลยในคดีนี้ กับเจตนาของจำเลยในคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1615/2528แตกต่างกันหรือไม่ ดังนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้ง 2 ข้อดังกล่าวชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1561/2532พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายเกียน เหงียนจำเลยนายเกียน เหงียน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นฎีกาเฉพาะข้อ 2.1 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายเท่านั้น นอกนั้นเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยข้อ 2.2ฎีกาว่าคดีแพ่งที่จำเลยได้ยื่นฟ้องนายอำเภอบ้านแพง กับพวกเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดนครพนมเรื่องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่เพิกถอนสัญชาติไทยนั้น บัดนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแล้วว่า จำเลยเป็นคนสัญชาติไทยปรากฏตามเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 1และข้อ 2.3 ฎีกาว่าเจตนาในการกระทำความผิดของจำเลยคดีนี้กับเจตนาของจำเลยในคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1615/2528แตกต่างกันหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 217)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 และมาตรา 267 ให้ลงโทษตามมาตรา 265,268 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี กระทงหนึ่งและมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267,268 และมาตรา 267 ให้ลงโทษตามมาตรา 267,268 จำคุก 1 ปี อีกกระทงหนึ่งเรียงกระทงลงโทษแล้ว รวมจำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 210)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 216)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี

จำเลยฎีกาข้อ 2.2 ว่าในคดีที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องนายอำเภอบ้านแพง และผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นจำเลย ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่เพิกถอนสัญชาติของจำเลย ศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำเลยเป็นคนสัญชาติไทยแล้ว และจำเลยฎีกาข้อ 2.3 ว่าเจตนาของจำเลยในคดีนี้ กับเจตนาของจำเลยในคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1615/2528แตกต่างกันหรือไม่ ดังนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้ง 2 ข้อดังกล่าวชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้