Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5950/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายไก่กับโจทก์เพียงคนเดียว ใบรับไก่ก็มีแต่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงชื่อรับ แม้จำเลยที่ 2 จะอยู่กิน ฉันสามีภรรยากับจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 ก็มีอาชีพทำไร่และ ขับรถบรรทุกและไม่ได้มาที่ร้านของจำเลยที่ 1 ทุกวัน ปกติจำเลย ที่ 1 จะอยู่กับลูกจ้างจำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนหรือกระทำ การค้าร่วมกับจำเลยที่ 1 เมื่อมีการผิดสัญญาซื้อขายไก่ โจทก์ต้อง บังคับเอากับจำเลยที่ 1 โดยตรง จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด หนี้ดังกล่าวไม่ใช่หนี้ร่วมตามป.พ.พ. มาตรา 291.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ซื้อเชื่อไก่สดไปจากโจทก์เป็นเงิน 54,230.10 บาท จำเลยชำระเงินจำนวน 12,829 บาท ยังค้างชำระอีก 41,401.10 บาท ซึ่งจะต้องชำระภายในวันที่ 8 พฤศจิกายน2527 แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน47,352.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ให้การว่า คดีขาดอายุความแล้วจำเลยที่ 2 ให้การว่า ไม่เคยซื้อไก่สดจากโจทก์ และไม่เคยร่วมหรือเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 1 ประกอบกิจการค้าไก่สดขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 41,401.10 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย ยกฟ้องจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดราคาไก่ร่วมกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนทำสัญญาซื้อขายไก่กับโจทก์เพียงคนเดียว เมื่อมีการผิดสัญญาโจทก์ก็ชอบที่บังคับเอากับจำเลยที่ 1 โดยตรง โจทก์พยายามนำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนหรือกระทำการค้าร่วมกันเพื่อจะได้รับผิดด้วยแต่ปรากฏว่าตามเอกสารหมาย จ.1 - จ.22 ซึ่งเป็นใบรับไก่มีแต่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงชื่อรับ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เข้าเกี่ยวข้องกับการค้าขายระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด นอกจากนั้นยังได้ความตามคำนางนวพรพยานโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 มีอาชีพทำไร่และขับรถบรรทุกด้วย นายสมพงษ์ พยานโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้มาร้านจำเลยที่ 1 ทุกวัน

ปกติจำเลยที่ 1 จะอยู่กับลูกจ้างจึงรับฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 2 อยู่กินฉันสามีภรรยากับจำเลยที่ 1 แต่ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนหรือกระทำการค้าร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นหนี้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้นพิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4969/2565

การเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12384/2558

การที่ลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของลูกหนี้ชั้นต้นร่วมกับจำเลยในคดีนี้ ชำระหนี้บางส่วนให้แก่เจ้าหนี้และเจ้าหนี้มีหนังสือปลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษารายนั้นแล้วก็ตาม หนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4317/2558

การที่โจทก์ไม่ดำเนินการสืบหาที่อยู่ของจำเลยที่ 1 เพื่อส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ใหม่ และแถลงต่อศาลภายในกำหนดเวลา 1 เดือน โดยปล่อยให้เวลาล่วงพ้นไปเป็นเวลาถึง 3 เดือนเศษ แม้โจทก์ฎีกาอ้างว่ามีเหตุส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้