Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) บัญญัติไว้เพียงว่าฟ้องจะต้องอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หาใช่บทมาตราที่ว่าการกระทำอย่างใดเป็นความผิดทางอาญาไม่ หากแต่เป็นบทมาตราที่ใช้แก่ความผิดโดยทั่ว ๆ ไปว่า เมื่อมีความผิดโดยการกระทำร่วมกันของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเกิดขึ้น ศาลจะต้องวางโทษบุคคลเหล่านั้นอย่างไร ฉะนั้นฟ้องโจทก์ที่บรรยายไว้แล้วว่าจำเลยทั้งสามได้สมคบกันสั่งจ่ายเช็ค เพียงแต่ไม่ได้ระบุประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงไว้ด้วย จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นฟ้องที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162(1) บัญญัติว่าถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้อง จึงเป็นหน้าที่ของศาลเอง โดยตรงที่จะจัดการสั่งให้มีการไต่สวนมูลฟ้องขึ้นเสียก่อนที่จะประทับฟ้องไว้พิจารณา ดังนั้น ในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาแม้โจทก์มิได้ขอให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องมาด้วย ศาลก็ย่อมสั่งและดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องไปตามกฎหมายได้ หาใช่เป็นการสั่งเกินคำขอของโจทก์ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 162 ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องความว่า จำเลยทั้งสามได้บังอาจสมคบกันสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ เงิน 300,000 บาท ลงวันที่ 27เมษายน 2517 ให้แก่นายชิต กันภัย เพื่อชำระหนี้ นายชิตได้สลักหลังเช็คโอนให้โจทก์ โจทก์ในฐานะผู้ทรงเช็คได้นำเช็คไปเข้าบัญชีของโจทก์ ณ ธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาเสาชิงช้า เพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ได้ปฏิเสธการจ่ายเงินและคืนเช็คมา ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น หรือออกเช็คนั้นในขณะที่ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงใช้เงินได้ หรือออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คนั้นได้ อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา 3 ขอให้หมายเรียกจำเลยมาพิจารณา

พิพากษาลงโทษตามกฎหมายศาลชั้นต้นสั่งให้นัดไต่สวนมูลฟ้อง และเมื่อไต่สวนมูลฟ้องแล้วได้สั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี ปรับจำเลยที่ 1 สี่หมื่นบาท ลดโทษเพราะจำเลยรับสารภาพกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3คนละ 6 เดือน ปรับจำเลยที่ 1 สองหมื่นบาทจำเลยทั้งสามอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาด้วยนั้น เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จำเลยทั้งสามได้สมคบกันสั่งจ่ายเช็ค เพียงแต่การที่โจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาในฟ้องด้วยเท่านั้นหาทำให้ฟ้องของโจทก์บกพร่องจนศาลไม่อาจจะลงโทษจำเลยได้ไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) ก็บัญญัติไว้แต่เพียงว่า ฟ้องจะต้องอ้างมาตราในกฎหมาย ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หาใช่บทมาตราที่ว่าการกระทำอย่างใดเป็นความผิดทางอาญาไม่ หากแต่เป็นบทมาตราที่ใช้แก่ความผิดโดยทั่ว ๆ ไปเท่านั้น กล่าวคือเป็นบทบัญญัติที่ว่าถึงกรณีที่เมื่อมีความผิดโดยการกระทำร่วมกันของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเกิดขึ้น

ศาลจะต้องวางโทษแก่บุคคลเหล่านั้นอย่างไร ฉะนั้นฟ้องของโจทก์ที่ไม่ได้ระบุประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ลงไว้ด้วย จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นฟ้องที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) แม้แต่ในคดีที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด แต่ถ้าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ก็ยังบัญญัติให้ศาลลงโทษจำเลยได้ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาว่า ในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา ถ้าโจทก์มิได้ขอให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องมาด้วย ศาลย่อมไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องไปเองโดยลำพังนั้น เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยเช่นนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162(1)

บัญญัติว่า ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้อง ฉะนั้นการไต่สวนมูลฟ้องจึงเป็นหน้าที่ของศาลเองโดยตรงที่จะจัดการสั่งให้มีขึ้นเสียก่อนที่จะประทับฟ้องไว้พิจารณา การที่ศาลชั้นต้นในคดีนี้ได้สั่งและดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องไปจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว หาใช่เป็นการสั่งเกินคำขอของโจทก์ไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127/2533

จำเลยนำเช็คของลูกค้าจำเลยมาขายโจทก์ ต่อมาโจทก์บอกให้จำเลยนำเงินไปชำระมิฉะนั้นจะให้เจ้าพนักงานตำรวจจัดการ จำเลยจึงไปตรวจสอบหนี้สินกับโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 496,000 บาท จำเลยได้ชำระหนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2532

โจทก์ได้บรรยายฟ้องแจ้งชัดว่าจำเลยออกเช็ค 2 ฉบับเมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามเช็คแต่ละฉบับ ศาลย่อมลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้ตาม ป.อ. มาตรา 91 แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3440/2529

โจทก์บรรยายฟ้องว่าผู้มีชื่อโอนเช็คพิพาทชำระหนี้โจทก์แต่ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าจ.นำเช็คมาแลกเงินสดไปจากโจทก์การที่จ.นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์ถือได้ว่าเช็คที่มอบให้โจทก์นั้นจ.มอบให้เพื่อชำระหนี้เงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 254/2503

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2499 จำเลยออกเช็คไม่มีเงิน ขอให้ลงโทษชั้นพิจารณาตัวโจทก์เบิกความว่า วันที่ 20 ส.ค.2499 จำเลยเขียนเช็คและเอามาแลกเงินสดจากโจทก์ไป ในเช็คนั้นลงวันสั่งจ่าย วันที่ 29 ส.ค.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2503

การที่จะลงโทษจำเลยในคดีที่จำเลยรับสารภาพ ต้องอาศัยคำฟ้องการกระทำของจำเลยที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องนั้นไม่เป็นความผิด เพราะโจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยออกเช็คในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2500 ให้จ่ายเงินแก่นางจารุวรรณ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้