Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5939/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องการเพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์โดยอาศัยบทบัญญัติในหมวด 2 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522แต่สิทธิบัตรพิพาทที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนเป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติเรื่องการเพิกถอนสิทธิบัตรที่ออกไปโดยไม่ชอบไว้ในหมวด 3 เป็นบทกฎหมายต่างหมวดกันหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะเพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์กับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่ได้ มีข้อบัญญัติแตกต่างกันหลายประการ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ยังคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับประเด็นตามที่โจทก์ฟ้อง ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นกล่าวได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(5),246 และมาตรา 247 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 246 ป.วิ.พ. มาตรา 247 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 54 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 56 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 64

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรแบบผลิตภัณฑ์โครงสำหรับยึดหลอดนีออน ประเภทผลิตภัณฑ์ 26-05 ต่อกรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์ และได้รับสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2529ตามภาพถ่ายคำขอรับสิทธิบัตรเอกสารท้ายฟ้องหมาย 3 ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกันกับแบบที่โจทก์ผลิตจำหน่ายมาก่อนเป็นการไม่ชอบด้วยมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 เพราะไม่ใช่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการอุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม ขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 416 ประเภทผลิตภัณฑ์26-05 แบบผลิตภัณฑ์โครงสำหรับยึดหลอดนีออน และแจ้งคำพิพากษาไปยังกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน284,440 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 45,000 บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าโจทก์จะได้ใช้เครื่องจักรดำเนินการผลิตต่อไปได้จำเลยให้การว่า โจทก์เพิ่งทำการผลิตและจำหน่ายขาราง (โครง)เหล็กยึดหลอดนีออนที่พิพาทภายหลังจากจำเลยได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรแบบผลิตภัณฑ์ที่พิพาทในคดีนี้แล้ว การกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต เป็นการลอกเลียนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตรแล้วของจำเลยอันเป็นการละเมิดต่อจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนสิทธิบัตรเลขที่ 416ประเภทผลิตภัณฑ์ 26-05 แบบผลิตภัณฑ์โครงสร้างยึดหลอดนีออนนอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิบัตรพิพาทของจำเลย ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ให้ยกคำขอ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้อง ส่วนจำเลยไม่ได้ฎีกา จึงไม่มีปัญหาให้วินิจฉัยเรื่องการเพิกถอนสิทธิบัตรพิพาทอย่างไรก็ตามปรากฎข้อเท็จจริงว่าตามคำฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยนำแบบผลิตภัณฑ์โครงสำหรับยึดหลอดนีออนไปขอรับสิทธิบัตรจนได้รับสิทธิบัตรเป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 56 เพราะมิใช่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการอุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียจึงขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรนั้น ตามคำฟ้องโจทก์จึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์โครงสำหรับยึดหลอดนีออนที่จำเลยนำไปขอรับสิทธิบัตรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ. 2522 มาตรา 56 หรือไม่

หากฟังได้ว่าไม่ใช่เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ สิทธิบัตรพิพาทที่จำเลยได้รับมาก็ออกโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 56 ศาลย่อมมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรพิพาทได้ตามมาตรา 64แต่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า ผลิตภัณฑ์ที่จำเลยขอรับสิทธิบัตรไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่หรือเป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นประดิษฐ์สูงขึ้น และไม่เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรมการได้รับสิทธิบัตรพิพาทของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนได้ตามมาตรา 54 เห็นได้ว่าศาลอุทธรณ์ไปวินิจฉัยเรื่องการเพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ซึ่งเป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยบทบัญญัติในหมวด 2 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร

พ.ศ. 2522แต่สิทธิบัตรพิพาทที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนเป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติเรื่องการเพิกถอนสิทธิบัตรที่ออกไปโดยไม่ชอบไว้ในหมวด 3 เป็นบทกฎหมายต่างหมวดกันหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะเพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์กับสิทธิบัตรออกแบบผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่ได้ มีข้อบัญญัติแตกต่างกันหลายประการ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ยังคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับประเด็นตามที่โจทก์ฟ้อง ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นกล่าวได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(5), 246 และ 247 วรรคสอง คดีนี้แม้คู่ความจะสืบพยานมาเสร็จสิ้นแล้ว แต่เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาล ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ทั้งหมด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ตามรูปคดี เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่แล้ว หากโจทก์ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ ให้ยกเว้นค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จเร อำนวยวัฒนา · ยงยุทธ ธารีสาร · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7377/2538

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่าสิทธิบัตรดังกล่าวของจำเลยเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์เพราะขัดต่อ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 และปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7732/2538

ข้อที่จำเลยฎีกาว่า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ได้ออกโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ. 2522 จึงไม่สมบูรณ์นั้นจำเลยมิได้ให้การไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5052/2562

คำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดถือว่าเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ และการพิจารณาพิพากษาตามคำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ ศาลจึงมีอำนาจทำคำสั่งปฏิเสธการขอบังคับตามคำชี้ขาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7018/2561

มาตรา 32 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใด ให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2328/2561

ที่ดินพิพาทที่โจทก์และจำเลยทั้งสี่กล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิครอบครองเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมยังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิ (ส.ป.ก. 4 - 01) ให้แก่ผู้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้