Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59330)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฎีกาไว้ แต่บัดนี้จำเลยที่ 1ไม่ติดใจจะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฎีกาที่ยื่นไว้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 5,624,353.53 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ19 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ โดยจำเลยทั้งสองจะชำระให้โจทก์เป็นงวด ๆงวดละไม่ต่ำกว่า 120,000 บาท ถ้าจำเลยทั้งสองผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีจำเลยทั้งสองชำระเงินให้โจทก์เพียง 300,000 บาท แล้วผิดนัดไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์อีกเลย โจทก์จึงร้องขอต่อศาลขอให้ออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ วันที่ 26 มีนาคม 2530 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด คือที่ดินของจำเลยที่ 1 แปลงที่ 4 และที่ 5ให้แก่ผู้แทนโจทก์ไปในราคา 420,000 บาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 แปลงที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้แก่ผู้ประมูลได้ไปในราคา1,800,000 บาท วันที่ 2 เมษายน 2530 จำเลยทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่าราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1และที่ 2 ไปนั้น ต่ำกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินมากขอให้ระงับการขายทอดตลาดและดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำคัดค้านไม่ปรากฏเหตุตามกฎหมายที่จะเพิกถอนการขาย จึงไม่รับพิจารณา ยกคำร้องคัดค้าน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา (อันดับ 105) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ถอนฎีกาได้ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาเพียง 200 บาท จึงไม่คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้จำเลยที่ 1

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1269/2532ธนาคารกรุงเทพ พาณิชย์การ จำกัดโจทก์นายเกษม เวชวิทยตระกูล กับพวกจำเลยนายเกษม เวชวิทยตระกูล จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 132, ม. 175ความว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฎีกาไว้ แต่บัดนี้จำเลยที่ 1ไม่ติดใจจะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฎีกาที่ยื่นไว้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 5,624,353.53 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ19 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ โดยจำเลยทั้งสองจะชำระให้โจทก์เป็นงวด ๆงวดละไม่ต่ำกว่า 120,000 บาท

ถ้าจำเลยทั้งสองผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีจำเลยทั้งสองชำระเงินให้โจทก์เพียง 300,000 บาท แล้วผิดนัดไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์อีกเลย โจทก์จึงร้องขอต่อศาลขอให้ออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ วันที่ 26 มีนาคม 2530 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด คือที่ดินของจำเลยที่ 1 แปลงที่ 4 และที่ 5ให้แก่ผู้แทนโจทก์ไปในราคา 420,000 บาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 แปลงที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้แก่ผู้ประมูลได้ไปในราคา1,800,000 บาท วันที่ 2 เมษายน 2530 จำเลยทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่าราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1และที่ 2 ไปนั้น ต่ำกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินมากขอให้ระงับการขายทอดตลาดและดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำคัดค้านไม่ปรากฏเหตุตามกฎหมายที่จะเพิกถอนการขาย จึงไม่รับพิจารณา ยกคำร้องคัดค้าน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา (อันดับ 105) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ถอนฎีกาได้ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาเพียง 200 บาท จึงไม่คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้จำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้