Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59315)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และไม่เป็นข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวนจึงเป็นการขัดต่อกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐานและที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนมาให้สืบพยานใหม่ แต่ศาลแรงงานกลางกลับไม่สอบถามและหรือเปิดโอกาสให้โจทก์จำเลยนำพยานมาสืบให้ชัดแจ้งเสียก่อนที่จะทำการวินิจฉัย จึงเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 44,45 ประกอบมาตรา 48 อีกทั้งปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นสาระสำคัญเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนโปรดมีคำสั่งให้รับ อุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 46)คดีทั้งห้าสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ถึง โจทก์ที่ 5ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 45,660 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 41,220 บาทโจทก์ที่ 3 จำนวน 48,960 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 35,640 บาทและโจทก์ที่ 5 จำนวน 17,760 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินของโจทก์แต่ละคนนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม2531 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคนและให้จำเลยชำระบำเหน็จส่วนที่ขาดแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 3,600 บาทและโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 3,900 บาท และแก่โจทก์ที่ 5 จำนวน2,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินของโจทก์แต่ละคนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคนศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางสำหรับคำขอของโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ในส่วนที่เกี่ยวกับบำเหน็จโดยให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานและวินิจฉัยหลักเกณฑ์กับวิธีการคำนวณบำเหน็จของโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ตามนัยดังกล่าว แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางนัดสืบพยานโจทก์ ถึงวันนัดคู่ความแถลงรับกันว่า ข้อบังคับองค์การแก้วว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521เอกสารหมาย จ.1 เป็นข้อบังคับของจำเลยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณบำเหน็จในขณะที่โจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5เป็นลูกจ้างของจำเลย ศาลได้พิเคราะห์คำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของคู่ความแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสีย พิพากษาให้จำเลยชำระบำเหน็จส่วนที่ขาดแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 3,600 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 3,900 บาทและโจทก์ที่ 5 เป็นเงิน 2,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินของโจทก์แต่ละคนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคนจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 41)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลแรงงานกลางโดยจำเลยทำหนังสือรับรองว่า จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อคดีถึงที่สุด หนังสือดังกล่าวเป็นเพียงคำรับรองของลูกหนี้ตามคำพิพากษาว่าจะชำระหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น มิใช่เป็นการหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 แต่ตามพฤติการณ์เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมิได้จงใจไม่ปฏิบัติ จึงให้จำเลยดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ภายใน 7 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง แล้วให้ศาลแรงงานกลางส่งคืนศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1248 - 1252/2532นายจำลอง งามขำโจทก์องค์การแก้วจำเลยองค์การแก้ว จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และไม่เป็นข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า

จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวนจึงเป็นการขัดต่อกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐานและที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนมาให้สืบพยานใหม่ แต่ศาลแรงงานกลางกลับไม่สอบถามและหรือเปิดโอกาสให้โจทก์จำเลยนำพยานมาสืบให้ชัดแจ้งเสียก่อนที่จะทำการวินิจฉัย จึงเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 44,45 ประกอบมาตรา 48 อีกทั้งปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นสาระสำคัญเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนโปรดมีคำสั่งให้รับ อุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 46)คดีทั้งห้าสำนวนนี้

ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ถึง โจทก์ที่ 5ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 45,660 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 41,220 บาทโจทก์ที่ 3 จำนวน 48,960 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 35,640 บาทและโจทก์ที่ 5 จำนวน 17,760 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินของโจทก์แต่ละคนนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม2531 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคนและให้จำเลยชำระบำเหน็จส่วนที่ขาดแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 3,600 บาทและโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 3,900 บาท และแก่โจทก์ที่ 5 จำนวน2,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินของโจทก์แต่ละคนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคนศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางสำหรับคำขอของโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ในส่วนที่เกี่ยวกับบำเหน็จโดยให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานและวินิจฉัยหลักเกณฑ์กับวิธีการคำนวณบำเหน็จของโจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ตามนัยดังกล่าว แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางนัดสืบพยานโจทก์ ถึงวันนัดคู่ความแถลงรับกันว่า ข้อบังคับองค์การแก้วว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521เอกสารหมาย จ.1 เป็นข้อบังคับของจำเลยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณบำเหน็จในขณะที่โจทก์ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5เป็นลูกจ้างของจำเลย ศาลได้พิเคราะห์คำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของคู่ความแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสีย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้จำเลยชำระบำเหน็จส่วนที่ขาดแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 3,600 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 3,900 บาทและโจทก์ที่ 5 เป็นเงิน 2,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินของโจทก์แต่ละคนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคนจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 41)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลแรงงานกลางโดยจำเลยทำหนังสือรับรองว่า จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อคดีถึงที่สุด หนังสือดังกล่าวเป็นเพียงคำรับรองของลูกหนี้ตามคำพิพากษาว่าจะชำระหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น มิใช่เป็นการหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 แต่ตามพฤติการณ์เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมิได้จงใจไม่ปฏิบัติ จึงให้จำเลยดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ภายใน 7 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง แล้วให้ศาลแรงงานกลางส่งคืนศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้