Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59300)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยที่ 1, ที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ก.ของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ครบองค์ประกอบอันจะเป็นความผิดฐานกรรโชก โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 88)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก คนละ 1 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 42)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งพิเคราะห์แล้วที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เพียงแต่จำเลยที่ 1โบกมือให้รถไถของผู้เสียหายหยุด ขอร้องให้ผู้เสียหายสีข้าวโพดไม่เป็นความผิดฐานกรรโชก ส่วนการที่พวกของจำเลยที่ 1ขู่เข็ญว่าพวกไม่สีให้จะทำร้ายนั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้คบคิดด้วยและเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว จำเลยที่ 1 ตะโกนให้เอาปืนมานั้นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งนั้นเท่ากับเป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดหรือไม่ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 เอาปืนมาให้โดยไม่รู้เห็นถึงการบังคับผู้เสียหายด้วย จึงไม่ถือว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์นั้น ก็เท่ากับฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1229/2532พนักงานอัยการจังหวัดเลยโจทก์นางบุญธรรม สายแวว กับพวกจำเลยนางบุญธรรม สายแวว ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายบัวใย สายแวว ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยที่ 1, ที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ก.ของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ครบองค์ประกอบอันจะเป็นความผิดฐานกรรโชก โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 88)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก คนละ 1 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 42)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เพียงแต่จำเลยที่ 1โบกมือให้รถไถของผู้เสียหายหยุด ขอร้องให้ผู้เสียหายสีข้าวโพดไม่เป็นความผิดฐานกรรโชก ส่วนการที่พวกของจำเลยที่ 1ขู่เข็ญว่าพวกไม่สีให้จะทำร้ายนั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้คบคิดด้วยและเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว จำเลยที่ 1 ตะโกนให้เอาปืนมานั้นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งนั้นเท่ากับเป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดหรือไม่ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 เอาปืนมาให้โดยไม่รู้เห็นถึงการบังคับผู้เสียหายด้วย จึงไม่ถือว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์นั้น ก็เท่ากับฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้