Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59191)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 31 ที่ 33ถึงที่ 57 ที่ 59 ถึงที่ 94 ที่ 97 ถึงที่ 99 ที่ 102 ที่ 105 ที่109 ถึงที่ 143 ที่ 145 ถึงที่ 155 ที่ 157 ถึงที่ 170 ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2 เป็นอุทธรณ์คัดค้านดุลพินิจของศาลในการฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลิกจ้าง จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ให้รับเฉพาะอุทธรณ์ข้อ 3 ของโจทก์ไว้พิจารณาโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 31 ที่ 33 ถึงที่ 57 ที่ 59 ถึงที่ 94 ที่ 97 ถึงที่ 99 ที่ 102 ที่ 103ที่ 105 ถึงที่ 143 ที่ 145 ถึงที่ 155 ที่ 157 ถึงที่ 173 เห็นว่าอุทธรณ์ข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2 ด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 238) คดีทั้งสี่สำนวนนี้ จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลเดียวกัน โจทก์แต่ละสำนวนฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างในขณะเลิกจ้าง และชดใช้ค่าเสียหายที่ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ในระหว่างเลิกจ้าง นับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานโดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิได้รับแต่ละเดือนหากไม่อาจบังคับให้จำเลยทั้งสองรับโจทก์เข้าทำงานได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ คนละ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินค่าเสียหายประการแรกนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินบำเหน็จให้โจทก์ทุกคนตามจำนวนเงินในฟ้องศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสี่สำนวนเข้าด้วยกัน ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดี แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ศาลแรงงานกลางพิจารณาใหม่แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 31 ที่ 33 ถึงที่ 57 ที่ 59 ถึงที่ 94 ที่ 97 ถึงที่ 99ที่ 102 ที่ 103ที่ 105 ถึงที่ 143 ที่ 145 ถึงที่ 155 ที่ 157 ถึงที่ 173 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 216) โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 31 ที่ 33 ถึงที่ 57 ที่ 59ถึงที่ 94 ที่ 97 ถึงที่ 99 ที่ 102 ที่ 103ที่ 105 ถึงที่ 143 ที่ 145ถึงที่ 155 ที่ 157 ถึงที่ 170 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 233) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2 สรุปได้ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ขณะที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (ตามเอกสารหมาย จ.7)ยังใช้บังคับอยู่ และโจทก์มิได้กระทำผิดข้อหนึ่งข้อใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518จึงเป็นการเลิกจ้างที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวอันเป็นข้อกฎหมายให้รับอุทธรณ์ข้อ 2 ของโจทก์ ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการต่อไป แล้วรีบส่งสำนวนคืนศาลฎีกา

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 977 - 980/2532นายประชา ทวีปรีดา กับพวกโจทก์บริษัทอ่าวขามไทย จำกัด กับพวกจำเลยนายประชา ทวีปรีดา กับพวก โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 31 ที่ 33ถึงที่ 57 ที่ 59 ถึงที่ 94 ที่ 97 ถึงที่ 99 ที่ 102 ที่ 105 ที่109 ถึงที่ 143 ที่ 145 ถึงที่ 155 ที่ 157 ถึงที่ 170 ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2 เป็นอุทธรณ์คัดค้านดุลพินิจของศาลในการฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลิกจ้าง จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ให้รับเฉพาะอุทธรณ์ข้อ 3 ของโจทก์ไว้พิจารณาโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 31 ที่ 33 ถึงที่ 57 ที่ 59 ถึงที่ 94 ที่ 97 ถึงที่ 99 ที่ 102 ที่ 103ที่ 105 ถึงที่ 143 ที่ 145 ถึงที่ 155 ที่ 157 ถึงที่ 173 เห็นว่าอุทธรณ์ข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2 ด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 238)

คดีทั้งสี่สำนวนนี้ จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลเดียวกัน โจทก์แต่ละสำนวนฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างในขณะเลิกจ้าง และชดใช้ค่าเสียหายที่ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ในระหว่างเลิกจ้าง นับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานโดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิได้รับแต่ละเดือนหากไม่อาจบังคับให้จำเลยทั้งสองรับโจทก์เข้าทำงานได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ คนละ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินค่าเสียหายประการแรกนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินบำเหน็จให้โจทก์ทุกคนตามจำนวนเงินในฟ้องศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสี่สำนวนเข้าด้วยกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดี แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ

ศาลแรงงานกลางพิจารณาใหม่แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 31 ที่ 33 ถึงที่ 57 ที่ 59 ถึงที่ 94 ที่ 97 ถึงที่ 99ที่ 102 ที่ 103ที่ 105 ถึงที่ 143 ที่ 145 ถึงที่ 155 ที่ 157 ถึงที่ 173 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 216) โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 9 ถึงที่ 31 ที่ 33 ถึงที่ 57 ที่ 59ถึงที่ 94 ที่ 97 ถึงที่ 99 ที่ 102 ที่ 103ที่ 105 ถึงที่ 143 ที่ 145ถึงที่ 155 ที่ 157 ถึงที่ 170 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 233) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2 สรุปได้ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ขณะที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (ตามเอกสารหมาย จ.7)ยังใช้บังคับอยู่ และโจทก์มิได้กระทำผิดข้อหนึ่งข้อใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518จึงเป็นการเลิกจ้างที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวอันเป็นข้อกฎหมายให้รับอุทธรณ์ข้อ 2 ของโจทก์ ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการต่อไป แล้วรีบส่งสำนวนคืนศาลฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดา โมกขมรรคกุล · มาโนช เพียรสนอง · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้