Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59103)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่เป็นคนยากจน จึงให้ยกคำร้องและให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วันนับแต่วันมีคำสั่งมิฉะนั้นจะไม่รับฎีกาโจทก์ เนื่องจากระยะเวลาศาลชั้นต้นกำหนดดังกล่าวโจทก์ไม่สามารถหาเงินมาวางศาลได้ทันจึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปสักระยะหนึ่งซึ่งศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ขยายเวลาวางเงินอีก 2 ครั้ง โจทก์ขอขยายระยะเวลาเป็นครั้งที่ 3 อ้างว่ายังหาเงินไม่ทัน ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลได้อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลมาถึง 2 ครั้งแล้ว และในครั้งสุดท้ายศาลได้กำชับว่าจะไม่อนุญาตให้ขยายเวลาให้อีก จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้องโจทก์เห็นว่า การขอขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ให้ทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ เป็นอำนาจ ทั่ว ๆ ไปที่ศาลเห็นสมควรสั่งได้ ซึ่งศาลควรเปิดโอกาสให้คู่ความอย่างเต็มที่ คดีนี้โจทก์ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมเนื่องจากโจทก์ได้ถูกกรมสรรพากรยึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาดซึ่งถือเป็นพฤติการณ์พิเศษที่โจทก์ไม่สามารถหาเงินมาวางศาลได้ทันอีกทั้งขณะนี้โจทก์กำลังประสบอุทกภัยอย่างรุนแรงอันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจป้องกันได้ ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์สูงทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลสูงตามไปด้วย และคดีของโจทก์มีทางชนะโปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลแก่โจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 188)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสองคืนทองคำของกลางน้ำหนักประมาณ 33 กิโลกรัม มูลค่า 8,000,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 118,356.06 บาท แก่โจทก์ หากไม่สามารถคืนทองคำของกลางได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชดใช้เงิน8,000,000 บาท และค่าเสียหายคิดเป็นดอกเบี้ยอีก 118,356.16 บาทแก่โจทก์ กับชดใช้ค่าเสียหายคิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 8,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่เป็นคนยากจน ให้ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะฎีกาให้นำค่าธรรมเนียมวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง มิฉะนั้นจะไม่รับฎีกาโจทก์ (อันดับ 138 แผ่นที่ 3 และแผ่นที่ 1, อันดับ 179)โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2501 ครั้งนี้ 2 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2531 ศาลชั้นต้นอนุญาต (อันดับ 181,182)โจทก์ไม่ได้วางเงินค่าธรรมเนียมศาลภายในกำหนดตามที่ได้รับอนุญาต แต่ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินเป็นครั้งที่ 3ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตดังกล่าว (อันดับ 182 แผ่นที่ 3)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 183)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้คำร้องของโจทก์ระบุว่าขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องก็ตาม แต่ถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกา เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการที่จะรับหรือไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ศาลฎีกาพิจารณาเหตุผลตามที่โจทก์อ้างในคำร้องแล้ว เห็นว่ายังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าขึ้นศาลโดยหักไว้เป็นค่าคำร้อง 40 บาท

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 455/2532นายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุลโจทก์กรมศุลกากร กับพวกจำเลยนายบรรเจิด เหล่าปิยสกุล โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 23, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่เป็นคนยากจน จึงให้ยกคำร้องและให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วันนับแต่วันมีคำสั่งมิฉะนั้นจะไม่รับฎีกาโจทก์ เนื่องจากระยะเวลาศาลชั้นต้นกำหนดดังกล่าวโจทก์ไม่สามารถหาเงินมาวางศาลได้ทันจึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปสักระยะหนึ่งซึ่งศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ขยายเวลาวางเงินอีก 2 ครั้ง โจทก์ขอขยายระยะเวลาเป็นครั้งที่ 3 อ้างว่ายังหาเงินไม่ทัน ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลได้อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลมาถึง 2 ครั้งแล้ว และในครั้งสุดท้ายศาลได้กำชับว่าจะไม่อนุญาตให้ขยายเวลาให้อีก จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้องโจทก์เห็นว่า

การขอขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ให้ทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ เป็นอำนาจ ทั่ว ๆ ไปที่ศาลเห็นสมควรสั่งได้ ซึ่งศาลควรเปิดโอกาสให้คู่ความอย่างเต็มที่ คดีนี้โจทก์ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมเนื่องจากโจทก์ได้ถูกกรมสรรพากรยึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาดซึ่งถือเป็นพฤติการณ์พิเศษที่โจทก์ไม่สามารถหาเงินมาวางศาลได้ทันอีกทั้งขณะนี้โจทก์กำลังประสบอุทกภัยอย่างรุนแรงอันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจป้องกันได้ ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์สูงทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลสูงตามไปด้วย และคดีของโจทก์มีทางชนะโปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลแก่โจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 188)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสองคืนทองคำของกลางน้ำหนักประมาณ 33 กิโลกรัม

มูลค่า 8,000,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 118,356.06 บาท แก่โจทก์ หากไม่สามารถคืนทองคำของกลางได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชดใช้เงิน8,000,000 บาท และค่าเสียหายคิดเป็นดอกเบี้ยอีก 118,356.16 บาทแก่โจทก์ กับชดใช้ค่าเสียหายคิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 8,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่เป็นคนยากจน ให้ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะฎีกาให้นำค่าธรรมเนียมวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง มิฉะนั้นจะไม่รับฎีกาโจทก์ (อันดับ 138 แผ่นที่ 3 และแผ่นที่ 1,

อันดับ 179)โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2501 ครั้งนี้ 2 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2531 ศาลชั้นต้นอนุญาต (อันดับ 181,182)โจทก์ไม่ได้วางเงินค่าธรรมเนียมศาลภายในกำหนดตามที่ได้รับอนุญาต แต่ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินเป็นครั้งที่ 3ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตดังกล่าว (อันดับ 182 แผ่นที่ 3)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 183)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้คำร้องของโจทก์ระบุว่าขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องก็ตาม แต่ถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกา เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการที่จะรับหรือไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ศาลฎีกาพิจารณาเหตุผลตามที่โจทก์อ้างในคำร้องแล้ว เห็นว่ายังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าขึ้นศาลโดยหักไว้เป็นค่าคำร้อง 40 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้