คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยตกลวกันระงับข้อพิพาทโดยโจทก์ยินยอมจ่ายค่าตอบแทนให้จำเลย ๒๔๐๐๐ บาท ชำระในวันทำ สัญญาครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งกำหนดชำระภายในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๔๘๙ บัดนี้จำเลยบิดพริ้ว ไม่ส่งเครื่องมือเครื่องจักรมให้โจทก์ตามสัญญา จึงขอให้ศาลบังคับ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๕๐๐๐๐ บาท จำเลยแก้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาโดยมิได้นำเงินงวดที่สองมาชำระภายในกำหนด และมิได้นำคณะกรรมการผู้เป็น กลางมาตรวจรับมอบสิ่งของที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ฯลฯ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ ไปรับมอบสิ่งของกับกรรมการคนกลางเพียงคนเดียว ขาดกรรมการคนกลางไปถึง ๒ คน โจทก์ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ว่า,
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาต่อมา,
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ไปรับมอบเครื่องจักร ในวันที่ ๒๕ กันยายน โดยมีกรรมการไปด้วยเพียงคนเดียว ยังถือไม่ ได้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา เพราะหากว่าจะไปก่อนวันที่ ๒๕ กันยายน พร้อมด้วยกรรมการครบ ก็เป็นที่เห็นได้ชัดว่า ฝ่ายจำเลยไม่สามารถจะส่งเครื่องจักรในสภาพเรียบร้อยให้โจทก์ตามข้อตกลงสัญญาได้ เพราะเครื่องยังชำรุดและยังไม่ ครบถ้วน ฉะนั้นโจทก์จึงยังไม่ผิดสัญญา
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาในเรื่องค่าเสียหายต่อไป./