Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59027)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้เสียหายและจำเลยสามารถตกลงกันได้โดยจำเลยยินยอม ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ และผู้เสียหายได้ขอถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดินแดงเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2532 ซึ่งเป็นวันก่อนที่ศาลชั้นต้นจะ อ่านคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยฟัง ดังนั้นเมื่อผู้เสียหายถอน คำร้องทุกข์ในคดีความผิดอันยอมความได้ก่อนคดีถึงที่สุด คดีย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) โปรดมีคำสั่งจำหน่ายคดีนี้เสียจากสารบบความด้วย หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วางโทษจำคุก 4 ปี ให้นำโทษจำคุก 15 วัน ในคดีหมายเลขแดง ที่ 23478/2527 ของศาลแขวงพระนครเหนือที่รอการลงโทษไว้มาบวก เข้ากับโทษในคดีนี้ เป็นจำคุกจำเลย 4 ปี 15 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ อ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218(อันดับ 59) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา(อันดับ 60) ศาลฎีกาสั่งคำร้องและส่งไปให้ศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟังต่อมาวันที่ 19 มกราคม 2532 ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว โดยศาลฎีกาสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย(อันดับ 65) วันที่ 24 มกราคม 2532 จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 66)ศาลชั้นต้นนัดพร้อมโจทก์จำเลย และพนักงานสอบสวนแล้วมีคำสั่งว่าแม้ผู้เสียหายไม่ได้มาศาล แต่มีหลักฐานอื่นเพียงพอเชื่อได้ว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้วก่อนอ่านคำสั่งศาลฎีกา จึงถือได้ว่าผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีถึงที่สุด การอ่านคำสั่งศาลฎีกาภายหลังผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์แล้วจึงเป็นการผิดพลาด ให้เพิกถอนรายงานกระบวนพิจารณาเรื่องการอ่านคำสั่งศาลฎีกานั้นเสีย และให้ส่งสำนวนพร้อมคำสั่งคืนศาลฎีกาเพื่อสั่งต่อไป (อันดับ 69) คำสั่ง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้ เมื่อปรากฏว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยชอบแล้วก่อนที่ศาลชั้นต้นจะอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้คู่ความฟังซึ่งคดียังไม่ถึงที่สุด ดังนี้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) จำหน่ายคดี

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 248/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายวิชิต จันทร์รัศมี หรือนายวิทยา สุขดำรงค์จำเลยนายประดิษฐ์ ชวาลเรืองเดช ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 35, ม. 39 (2)ความว่า ผู้เสียหายและจำเลยสามารถตกลงกันได้โดยจำเลยยินยอม ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ และผู้เสียหายได้ขอถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดินแดงเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2532 ซึ่งเป็นวันก่อนที่ศาลชั้นต้นจะ อ่านคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยฟัง ดังนั้นเมื่อผู้เสียหายถอน คำร้องทุกข์ในคดีความผิดอันยอมความได้ก่อนคดีถึงที่สุด คดีย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) โปรดมีคำสั่งจำหน่ายคดีนี้เสียจากสารบบความด้วย หมายเหตุ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วางโทษจำคุก 4 ปี ให้นำโทษจำคุก 15 วัน ในคดีหมายเลขแดง ที่ 23478/2527 ของศาลแขวงพระนครเหนือที่รอการลงโทษไว้มาบวก เข้ากับโทษในคดีนี้ เป็นจำคุกจำเลย 4 ปี 15 วัน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ อ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218(อันดับ 59) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา(อันดับ 60) ศาลฎีกาสั่งคำร้องและส่งไปให้ศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟังต่อมาวันที่ 19 มกราคม 2532 ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว โดยศาลฎีกาสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย(อันดับ 65) วันที่ 24 มกราคม 2532 จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 66)ศาลชั้นต้นนัดพร้อมโจทก์จำเลย และพนักงานสอบสวนแล้วมีคำสั่งว่าแม้ผู้เสียหายไม่ได้มาศาล แต่มีหลักฐานอื่นเพียงพอเชื่อได้ว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้วก่อนอ่านคำสั่งศาลฎีกา จึงถือได้ว่าผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีถึงที่สุด

การอ่านคำสั่งศาลฎีกาภายหลังผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์แล้วจึงเป็นการผิดพลาด ให้เพิกถอนรายงานกระบวนพิจารณาเรื่องการอ่านคำสั่งศาลฎีกานั้นเสีย และให้ส่งสำนวนพร้อมคำสั่งคืนศาลฎีกาเพื่อสั่งต่อไป (อันดับ 69) คำสั่ง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้ เมื่อปรากฏว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยชอบแล้วก่อนที่ศาลชั้นต้นจะอ่านคำสั่งศาลฎีกาให้คู่ความฟังซึ่งคดียังไม่ถึงที่สุด ดังนี้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) จำหน่ายคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้