Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59022)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยทุกข้อเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยฎีกาข้อ 2 เป็นปัญหาว่า ผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์หรือฟ้องร้องหรือมอบอำนาจให้บุคคลใดกระทำการแทน การดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนจึงขัดต่อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหาว่า การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังคำเบิกความของพยานบอกเล่าแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และฎีกาข้อ 4 เป็นปัญหาว่า เมื่อโจทก์นำสืบถึงตัวผู้เสียหายผิดไปจากฟ้องจึงเป็นปัญหาว่าเป็นผู้เสียหายจริงหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 67 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8) และวรรคสอง จำคุก 4 ปีคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 62)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 65)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้มิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนโดยไม่จำต้องมีคำร้องทุกข์ ที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์หรือมอบอำนาจให้บุคคลใดกระทำการแทนการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนจึงขัดต่อกฎหมายนั้น เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยข้ออื่น เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 243/2532พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตโจทก์นายมาโนช ศรียี่ทองหรือโอเล่ คุ้มดีจำเลยนายมาโนช ศรียี่ทองหรือโอเล่ คุ้มดี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 121, ม. 123, ม. 195, ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยทุกข้อเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยฎีกาข้อ 2 เป็นปัญหาว่า ผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์หรือฟ้องร้องหรือมอบอำนาจให้บุคคลใดกระทำการแทน การดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนจึงขัดต่อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหาว่า การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังคำเบิกความของพยานบอกเล่าแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และฎีกาข้อ 4 เป็นปัญหาว่า เมื่อโจทก์นำสืบถึงตัวผู้เสียหายผิดไปจากฟ้องจึงเป็นปัญหาว่าเป็นผู้เสียหายจริงหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 67 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8) และวรรคสอง จำคุก 4 ปีคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 62)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 65)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้มิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนโดยไม่จำต้องมีคำร้องทุกข์

ที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์หรือมอบอำนาจให้บุคคลใดกระทำการแทนการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนจึงขัดต่อกฎหมายนั้น เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยข้ออื่น เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้