Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เช็คซึ่งให้ใช้เงินในเมืองเดียวกันกับที่ออกเช็ค ถ้าผู้ทรงเช็คไม่ยื่นแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันออกเช็คนั้น ก็ทำให้ผู้ทรงเช็คเสียสิทธิบางอย่างดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 940 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ พ้นผิดไปด้วย จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 อันเป็นบริษัทนิติบุคคล จำเลยที่ 3 เป็นกรรมการของบริษัท จำเลยที่ 2 กับที่ 3 เซ็นชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คในามของบริษัทจำเลยที่ 1 ให้ใช้เงินสูงกว่าจำนวนที่มีอยู่ในบัญชีในขณะทีออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ดังนี้ จำเลยที่2,3 ย่อมได้ชื่อว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ออกเช็ครายนี้ จึงต้องมีความผิดในฐานเป็นตัวการด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้จัดการ และจำเลยที่ ๓ เป้นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔ จำเลยทั้ง ๓ ได้บังอาจร่วมกันออกเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สั่งจ่ายเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ลงวันสั่งจ่าย ๓๑ มีนาคม ๒๕๐๔ และลงชื่อจำเลยที่ ๒-๓ เป็นผู้สั่งจ่าย และประทับตราของบริษัทจำเลยที่ ๑ (ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับธนาคาร) ให้แก่นายทรง คุนานุกร เป็นการชำระหนี้เงินที่ยืมไปใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของบริษัท ต่อมาวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๐๔ นายทรงได้นำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคารนั้น ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเงินในบัญชีของจำเลยนไม่พอจ่ายตามเช็ค นายทรงจึงแจ้งให้จำเลยที่ ๒-๓ ทราบ จำเลยก็ไม่นำเงินไปชำระ ทั้งนี้ โดยจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร อันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะออกเช็ค และโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๑ จำเลยทั้ง ๓ ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทมาตราที่โจทก์อ้าง ให้จำคุกจำเลยที่ ๒-๓ คนละ ๒ เดือน และปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒-๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑.ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๔๐ ถ้าเป็นเช็คให้ใช้เงินในเมืองเดียวกันกับที่ออกเช็ค ผู้ทรงเช็คต้องยื่นเช็คแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันออกเช็คนั้น มิฉะนั้นผู้ทรงเช็คหมดสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สลักหลัง และเสียสิทธิอันมีต่อผู้สั่งจ่ายเท่าที่จะเกิดความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดแก่ผู้สั่งจ่ายเพราะการที่ละเลยไม่ยื่นเช็คเสียภายในหนึ่งเดือนเท่านั้น ซึ่งหาเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค หรือออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น ดังเช่นที่ได้ความในคดีนี้ไม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ

การที่ผู้ทรงเช็คละเลยเช่นนั้น เพียงแต่ทำให้ผู้ทรงเช็คเสียสิทธิบางอย่างดังกล่าวแล้วเท่านั้น หาทำให้ผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯพ้นผิดไปด้วยไม่ ฎีกาของจำเลยที่ว่าผู้เสียหายนำเช็คไปเบิกเงินที่ธนาคารล่วงเลยวันที่สั่งจ่ายสองเดือนเศษ ผู้เสียหายในฐานะผู้ทรงเช็คจึงต้องเสียสิทธิที่มีต่อจำเลยที่ ๑ ในอันจะเป็นความผิดแก่ผู้สั่งจ่ายเช็คไปตามกฎหมายด้วยนั้น จึงฟังไม่ขึ้น ๒.การดำเนินกิจการอันเป็นความประสงค์ของบริษัท ย่อมแสดงจากผู้แทนทั้งหลายของบริษัทนั้น จำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยที่ ๑ และมีอำนาจสั่งจ่ายเงินในเช็คแทนบริษัทร่วมกับจำเลยที่ ๑ หรือกรรมการอีกคนหนึ่งตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับธนาคาร

เมื่อจำเลยที่ ๒ กับที่ ๓ ได้เซ็นชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คให้ใช้เงินสูงกว่าจำนวนที่มีอยู่ในบัญชีในขณะที่ออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้นแล้ว ก็ได้ชื่อว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ออกเช็ครายนี้ จึงต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการด้วย ฎีกาจำเลยที่อ้างว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ออก จำเลยที่ ๒,๓ เป็นผู้เซ็นชื่อสั่งจ่ายในเช็คตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท มิได้หมายความว่าจำเลยที่ ๒,๓ เป็นผู้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินนั้น ก็ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายอัมพร คุณะเกษม
ศาลอุทธรณ์ - นายปานพันธุ์ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้