Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58933)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามฎีกาข้อ 2(ก)จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกเอาข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในคำฟ้องขึ้นมาวินิจฉัย เป็นการไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นข้อเท็จจริงตามรายงานสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติ ที่ประกอบอยู่ในสำนวนคดีนี้ จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง ประกอบคำฟ้องที่ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยเป็นการแสร้ง ทำข้อเท็จจริง ให้เป็นข้อกฎหมายถือเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้ออื่น ก็เป็นฎีกาข้อเท็จจริงโดยไม่มีการขอให้รับรองฎีกา จึงต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้หยิบยกข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในคำฟ้องมาวินิจฉัย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 35)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,364 ประกอบมาตรา 365(1)-(3)การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษข้อหาบุกรุกซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน ริบของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 33)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 35)คำสั่งที่จำเลยฎีกาอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายและอ้างว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกข้อเท็จจริงซึ่งไม่ปรากฏในคำฟ้องมาวินิจฉัยเป็นการ ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นปรากฏว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกขึ้นวินิจฉัยนั้นเป็นข้อเท็จจริงตามรายงานสืบเสาะ และพินิจของพนักงานคุมประพฤติที่ประกอบอยู่ในสำนวน จึงเป็นการ วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จำเลยฎีกา โต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในการฟังข้อเท็จจริง จากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2920/2537พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์โจทก์นายเลียง คูณวัฒนาพงษ์จำเลยนายพิทยา วรรณมณี ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามฎีกาข้อ 2(ก)

จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกเอาข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในคำฟ้องขึ้นมาวินิจฉัย เป็นการไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นข้อเท็จจริงตามรายงานสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติ ที่ประกอบอยู่ในสำนวนคดีนี้ จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง ประกอบคำฟ้องที่ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยเป็นการแสร้ง ทำข้อเท็จจริง ให้เป็นข้อกฎหมายถือเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้ออื่น ก็เป็นฎีกาข้อเท็จจริงโดยไม่มีการขอให้รับรองฎีกา จึงต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้หยิบยกข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในคำฟ้องมาวินิจฉัย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควร

ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 35)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,364 ประกอบมาตรา 365(1)-(3)การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษข้อหาบุกรุกซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน ริบของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 33)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 35)คำสั่งที่จำเลยฎีกาอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายและอ้างว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกข้อเท็จจริงซึ่งไม่ปรากฏในคำฟ้องมาวินิจฉัยเป็นการ ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นปรากฏว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกขึ้นวินิจฉัยนั้นเป็นข้อเท็จจริงตามรายงานสืบเสาะ และพินิจของพนักงานคุมประพฤติที่ประกอบอยู่ในสำนวน จึงเป็นการ วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จำเลยฎีกา โต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในการฟังข้อเท็จจริง จากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำลอง สุขศิริ · สุนพ กีรติยุติ · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้