คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2792/2537บริษัทเจริญแสงพาณิชย์ (1959) จำกัด กับพวกโจทก์บริษัทฤทธิชัย คอร์ปอเรชั่น จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทเจริญแสงพาณิชย์ (1959) จำกัดผู้ยื่นคำร้องโดยนางพรรณี จิตต์กุศล กรรมการผู้มีอำนาจกระทำผู้ยื่นคำร้องการแทน (โจทก์ที่ 1) ผู้ฎีกาที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 198 ทวิความว่า ผู้ฎีกาทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของผู้ฎีกาทั้งห้าต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ วรรคท้าย จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา ของผู้ฎีกาทั้งห้าผู้ฎีกาทั้งห้าเห็นว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ยืนตาม คำปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์มีปัญหา แต่เพียงว่า
ผู้ฎีกาทั้งห้ามีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 1 มีอำนาจถอนฟ้องและถอนทนายความได้ เป็นปัญหาในอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์จะได้พิจารณาเมื่อ สั่งรับอุทธรณ์ไว้แล้ว จึงไม่ชอบด้วยขั้นตอนของ กระบวนพิจารณาและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเนื้อหา ของอุทธรณ์แล้ว แต่ไม่ครบประเด็นตามที่ผู้ฎีกาทั้งห้า อ้างด้วยว่า คดีนี้ประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคล (โจทก์ที่ 1) ขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนนิติบุคคลในการ และถอนทนายความ คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นที่สุด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ฎีกาทั้งห้าไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335(7)(11) วรรคสอง,188,264,265,268,137,83,84,90,91พระราชบัญญัติศุลกากร
พ.ศ. 2469 มาตรา 99พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 มาตรา 16ระหว่างนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ที่ 1 โดย นายสุชัยจิตต์กุศล และนางสาวลัดดาวัลย์จิตต์กุศล กรรมการผู้มีอำนาจ ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและขอถอนทนายความ ทุกคนที่โจทก์ที่ 2 แต่งตั้งไว้ในนามของโจทก์ที่ 1
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ที่ 1ถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง และให้ถอนทนายความได้ จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความแล้วมีคำสั่งให้งดการไต่สวน และพิพากษายกฟ้องผู้ฎีกาทั้งห้าอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ฎีกาทั้งห้าไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์เพราะผู้ฎีกาที่ 1 ไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ที่ 1 คำสั่งอนุญาตให้โจทก์ที่ 1 ถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง และถอนทนายโจทก์ที่ 1 ไม่กระทบสิทธิของผู้ฎีกาที่ 2ผู้ฎีกาที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ถูกถอนการเป็นทนายความแล้วจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของผู้ฎีกาทั้งห้าผู้ฎีกาทั้งห้ายื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า โจทก์ที่ 2 ไม่มีฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ที่ 1 นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นลงมติให้ถอดถอนและมีการจดทะเบียนกรรมการชุดใหม่แล้ว กรรมการชุดใหม่ของโจทก์ที่ 1 มีอำนาจขอถอนฟ้องในส่วน ของโจทก์ที่ 1 รวมตลอดถึงการขอให้ถอนทนายของโจทก์ที่ 1 ได้ด้วย การถอนฟ้องและถอนทนายชอบแล้ว ผู้ฎีกาทั้งห้า ไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาล
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ชอบแล้ว (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 1 แผ่นที่ 5)ผู้ฎีกาทั้งห้าฎีกา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 2 แผ่นที่ 8)ผู้ฎีกาทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 3 แผ่นที่ 6)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของ ผู้อุทธรณ์ทั้งห้าต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาแล้ว มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ของผู้อุทธรณ์ทั้งห้าแล้ว คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ผู้อุทธรณ์ทั้งห้าไม่มีสิทธิ จะยื่นฎีกาคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ทั้งห้าได้อีก ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของผู้ฎีกาทั้งห้าชอบแล้ว ยกคำร้อง