Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58896)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้น ที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่งผู้ร้องไม่อาจฎีกาได้จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องนี้ผู้ร้องเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาล งดการบังคับคดีไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2)กรณีจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 236 วรรคหนึ่ง ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย เพราะเป็นเรื่องการบังคับคดี โดยเฉพาะจึงไม่ต้องห้ามฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ถึงปัญหาดังกล่าวในการที่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ ประกอบกับมาตรา 228(2) มิได้ห้ามคู่ความไม่ให้อุทธรณ์ หรือฎีกาในปัญหาที่เกี่ยวกับการบังคับคดี โปรดมีคำสั่ง ให้เพิกถอนหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งให้รับฎีกา ของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องกรณีเป็นชั้นบังคับคดีคดีสืบเนื่องมาจากคดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้น รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกนางตั้งโอ๋มิตรอุดม โจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกนางศรีนวลศีลพิพัฒน์ โจทก์สำนวนที่สองที่ว่าโจทก์ที่ 2 และเรียกนางทิพวัลย์ มาอุ่น โจทก์สำนวนที่สามว่าโจทก์ที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสาม โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่รุกล้ำลงไปในลำกระโดงสาธารณประโยชน์และคูวัดมอญ (วัดบ้านมอญ) และทำให้ลำกระโดงสาธารณะและคูวัดมอญ รายพิพาทกลับคืนสู่สภาพเดิมและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ทั้งสามคนละ 1,500 บาท ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2529 วันที่ 22 มกราคม 2529 และวันที่ 27 มกราคม 2529 ตามลำดับ) ในแต่ละสำนวนเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะทำให้คืนสู่สภาพเดิมเสร็จจำเลยทั้งสาม สำนวนฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งสามสำนวนจึงขอให้ออกคำบังคับผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชัยมงคลมีอำนาจปกครองดูแลทรัพย์สินที่ธรณีสงฆ์มีอาณาเขตตามโฉนดที่ดินเลขที่ 60026 และ 2556 ตำบลปากน้ำ (ท้ายบ้าน)อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการที่ดินพร้อมกุฎิวัดจึงตกเป็นธรณี สงฆ์ ไม่ตกอยู่ในการบังคับคดี ขอให้ศาลงดการบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลฎีกา วินิจฉัยว่าลำกระโดงและคูวัดมอญอยู่นอกเขตโฉนดที่ดินของจำเลยและเป็นทางน้ำสาธารณะดังนั้นจึงไม่ใช่ที่วัดหรือ ที่ธรณีสงฆ์ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นผู้กระทำแทนจำเลย มิใช่บุคคล ภายนอกคดี อุทธรณ์ของผู้ร้องไม่เป็นสาระอันควรได้รับการ วินิจฉัย ไม่รับอุทธรณ์ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล จึงเป็นผู้แทนของจำเลยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 31 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 มาตรา 12 จึงมิใช่บุคคลภายนอก ผู้ร้องจึงต้อง ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5525-5527/2536 ซึ่งถึงที่สุดแล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องผู้ร้องยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาดังกล่าว (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 34)ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 38)คำสั่งกรณีศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิบัติเสธ ของ ศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรก จะฎีกาอีกไม่ได้ ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2735 - 2737/2537นางตั้งโอ๋ มิตรอุดม กับพวกโจทก์วัดชัยมงคล (วัดบ้านมอญจำเลยพระครูมงคลชัยวัฒน์ ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236 วรรคแรกความว่า

ผู้ร้องยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้น ที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่งผู้ร้องไม่อาจฎีกาได้จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องนี้ผู้ร้องเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาล งดการบังคับคดีไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2)กรณีจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 236 วรรคหนึ่ง ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย เพราะเป็นเรื่องการบังคับคดี โดยเฉพาะจึงไม่ต้องห้ามฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ถึงปัญหาดังกล่าวในการที่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ ประกอบกับมาตรา 228(2) มิได้ห้ามคู่ความไม่ให้อุทธรณ์ หรือฎีกาในปัญหาที่เกี่ยวกับการบังคับคดี โปรดมีคำสั่ง ให้เพิกถอนหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งให้รับฎีกา ของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ

โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องกรณีเป็นชั้นบังคับคดีคดีสืบเนื่องมาจากคดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้น รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกนางตั้งโอ๋มิตรอุดม โจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกนางศรีนวลศีลพิพัฒน์ โจทก์สำนวนที่สองที่ว่าโจทก์ที่ 2 และเรียกนางทิพวัลย์ มาอุ่น โจทก์สำนวนที่สามว่าโจทก์ที่ 3

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสาม

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่รุกล้ำลงไปในลำกระโดงสาธารณประโยชน์และคูวัดมอญ (วัดบ้านมอญ) และทำให้ลำกระโดงสาธารณะและคูวัดมอญ รายพิพาทกลับคืนสู่สภาพเดิมและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ทั้งสามคนละ 1,500 บาท ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2529 วันที่ 22 มกราคม 2529 และวันที่ 27 มกราคม 2529 ตามลำดับ) ในแต่ละสำนวนเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะทำให้คืนสู่สภาพเดิมเสร็จจำเลยทั้งสาม สำนวนฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งสามสำนวนจึงขอให้ออกคำบังคับผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชัยมงคลมีอำนาจปกครองดูแลทรัพย์สินที่ธรณีสงฆ์มีอาณาเขตตามโฉนดที่ดินเลขที่ 60026 และ 2556 ตำบลปากน้ำ (ท้ายบ้าน)อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการที่ดินพร้อมกุฎิวัดจึงตกเป็นธรณี สงฆ์ ไม่ตกอยู่ในการบังคับคดี ขอให้ศาลงดการบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลฎีกา วินิจฉัยว่าลำกระโดงและคูวัดมอญอยู่นอกเขตโฉนดที่ดินของจำเลยและเป็นทางน้ำสาธารณะดังนั้นจึงไม่ใช่ที่วัดหรือ ที่ธรณีสงฆ์ ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นผู้กระทำแทนจำเลย มิใช่บุคคล ภายนอกคดี อุทธรณ์ของผู้ร้องไม่เป็นสาระอันควรได้รับการ วินิจฉัย ไม่รับอุทธรณ์ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล จึงเป็นผู้แทนของจำเลยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 31 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 มาตรา 12 จึงมิใช่บุคคลภายนอก ผู้ร้องจึงต้อง ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5525-5527/2536 ซึ่งถึงที่สุดแล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องผู้ร้องยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาดังกล่าว (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 34)ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 38)คำสั่งกรณีศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิบัติเสธ ของ ศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรก จะฎีกาอีกไม่ได้ ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · สมาน เวทวินิจ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้