Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58871)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า เนื่องจาก ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการ บังคับจำเลยในเรื่องขับไล่ไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนที่ให้ใช้ ค่าเสียหายให้จำเลยหาประกันสำหรับจำนวนค่าเสียหายที่จะต้อง ชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กับค่าเสียหายอีกปีละ 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นเวลาหกปีมาวางจนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เมื่อถึงกำหนดจำเลยไม่ได้ หาหลักประกันมาวางศาล ศาลจึงยกคำร้องในส่วนนี้ โจทก์ได้นำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด เอาเงินมาชำระค่าเสียหาย ปรากฏว่ายึดได้เพียงบ้านเพียงหลังเดียวเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถขายได้ จึงต้องประกาศขายใหม่ ปรากฏตามรายงานของเจ้าพนักงาน บังคับคดีในการประกาศขายใหม่เชื่อว่าไม่มีใครที่จะประมูลราคา สูงกว่า 8,300 บาท นอกจากนี้แล้วจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใด ที่จะยึดมาขายทอดตลาดได้ แต่จำเลยถือโอกาสตามคำสั่งศาลฎีกา ให้ทุเลาการบังคับในการขับไล่ จึงไม่วางเงินประกัน และไม่ยอมออกจากที่พิพาทจนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาซึ่งอาจเป็นเวลา อีกนาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างมากและโจทก์ยังไม่ได้ เข้าครอบครองทรัพย์หรือเก็บผลประโยชน์ในทรัพย์พิพาท เนื่องจาก จำเลยได้ครอบครองตลอดมา และไม่เคยชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์ และขณะนี้จำเลยได้นำที่พิพาทไปให้ผู้อื่นเช่า เก็บค่าเช่าไปเป็น ประโยชน์ของตนเอง และพยายามประวิงคดีตลอดมา คดีของจำเลย ไม่มีทางที่จะชนะโจทก์ได้ เพราะในคดีแพ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษา คดีถึงที่สุดแล้วว่า จำเลยได้ทำหนังสือเลิกการเช่าที่นาพิพาท ไว้ต่อหน้านายอำเภอ หรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมายไว้และได้รับ เงินค่ารื้อถอนบ้านเรือนไปจากเจ้าของที่ดินเดิมแล้ว จำเลย จึงไม่มีสิทธิที่จะเช่าต่อไป ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งยกเลิกคำสั่ง ที่ให้ทุเลาการบังคับในเรื่องขับไล่เสียและบังคับคดีต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยพร้อมทั้งบริวารและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายออกไปจากที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 23414 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 80,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ปีละ 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลา การบังคับ (อันดับ 109,110)ศาลฎีกามีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ที่ให้ขับไล่นั้นอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหาย ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนค่าเสียหายที่ต้องชำระ แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กับค่าเสียหายอีกปีละสี่หมื่น บาท นับแต่วันฟ้องเป็นเวลาหกปีมาวางจนเป็นที่ พอใจและภายในเวลา ที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้องในส่วนนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 131)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2633/2537นางชุติมา วารีเวสโจทก์นางเจียน อินทร์สอาดจำเลยนางชุติมา วารีเวส โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า เนื่องจาก ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการ บังคับจำเลยในเรื่องขับไล่ไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนที่ให้ใช้ ค่าเสียหายให้จำเลยหาประกันสำหรับจำนวนค่าเสียหายที่จะต้อง ชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กับค่าเสียหายอีกปีละ 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นเวลาหกปีมาวางจนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เมื่อถึงกำหนดจำเลยไม่ได้ หาหลักประกันมาวางศาล ศาลจึงยกคำร้องในส่วนนี้ โจทก์ได้นำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด

เอาเงินมาชำระค่าเสียหาย ปรากฏว่ายึดได้เพียงบ้านเพียงหลังเดียวเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถขายได้ จึงต้องประกาศขายใหม่ ปรากฏตามรายงานของเจ้าพนักงาน บังคับคดีในการประกาศขายใหม่เชื่อว่าไม่มีใครที่จะประมูลราคา สูงกว่า 8,300 บาท นอกจากนี้แล้วจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใด ที่จะยึดมาขายทอดตลาดได้ แต่จำเลยถือโอกาสตามคำสั่งศาลฎีกา ให้ทุเลาการบังคับในการขับไล่ จึงไม่วางเงินประกัน และไม่ยอมออกจากที่พิพาทจนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาซึ่งอาจเป็นเวลา อีกนาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างมากและโจทก์ยังไม่ได้ เข้าครอบครองทรัพย์หรือเก็บผลประโยชน์ในทรัพย์พิพาท เนื่องจาก จำเลยได้ครอบครองตลอดมา และไม่เคยชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์ และขณะนี้จำเลยได้นำที่พิพาทไปให้ผู้อื่นเช่า

เก็บค่าเช่าไปเป็น ประโยชน์ของตนเอง และพยายามประวิงคดีตลอดมา คดีของจำเลย ไม่มีทางที่จะชนะโจทก์ได้ เพราะในคดีแพ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษา คดีถึงที่สุดแล้วว่า จำเลยได้ทำหนังสือเลิกการเช่าที่นาพิพาท ไว้ต่อหน้านายอำเภอ หรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมายไว้และได้รับ เงินค่ารื้อถอนบ้านเรือนไปจากเจ้าของที่ดินเดิมแล้ว จำเลย จึงไม่มีสิทธิที่จะเช่าต่อไป ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งยกเลิกคำสั่ง ที่ให้ทุเลาการบังคับในเรื่องขับไล่เสียและบังคับคดีต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยพร้อมทั้งบริวารและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายออกไปจากที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 23414 ตำบลคลองสี่

อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 80,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ปีละ 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลา การบังคับ (อันดับ 109,110)ศาลฎีกามีคำสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่ให้ขับไล่นั้นอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหาย ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนค่าเสียหายที่ต้องชำระ แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กับค่าเสียหายอีกปีละสี่หมื่น บาท นับแต่วันฟ้องเป็นเวลาหกปีมาวางจนเป็นที่ พอใจและภายในเวลา ที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้องในส่วนนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 131)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ หัตถกรรม · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้