Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58868)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไม่เกิน 5 ปีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 4 เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรค 1จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 วรรคแรกโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 155)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11,62 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับคนละ 1,800 บาท กระทงหนึ่ง ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับคนละ 1,800 บาท กระทงหนึ่ง จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองฯ มาตรา 11,62 วรรคหนึ่ง ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 1 เดือน กระทงหนึ่ง จำเลยทั้งสี่ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75 วรรคหนึ่ง,76 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันนำกัญชาเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำกัญชาเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 2 ปี กระทงหนึ่ง รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 2 ปี กับปรับจำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 4 คนละ 3,600 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด2 ปี 1 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้างเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้จำเลยทั้งสี่ กระทงละหนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 4 คนละ 1 ปี 4 เดือน ปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4คนละ 2,400 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน 20 วัน ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ ฐานนำกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5เข้ามาในราชอาณาจักร จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 4 ปี รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 คนละ 4 ปี ปรับคนละ 3,600 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การ รับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษ ให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 2,400 บาท และจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน สำหรับข้อหาความผิดของจำเลยที่ 3 ฐานเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 เดือน จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 วัน รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 154)จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 155)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 2,400 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุก จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 2 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 2,400 บาท โดยมิได้แก้บทลงโทษ ดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งมิใช่กรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2622/2537พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดอำนาจเจริญโจทก์นายสำราญ อ่อนแก้ว กับพวกจำเลยนายพิมล ภิญโญ ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 219ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไม่เกิน 5 ปีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 4 เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรค 1จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 วรรคแรกโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 155)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11,62 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับคนละ 1,800 บาท กระทงหนึ่ง ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับคนละ 1,800 บาท กระทงหนึ่ง จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองฯ มาตรา 11,62 วรรคหนึ่ง ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 1 เดือน กระทงหนึ่ง จำเลยทั้งสี่ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75 วรรคหนึ่ง,76 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันนำกัญชาเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำกัญชาเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 2 ปี

กระทงหนึ่ง รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 2 ปี กับปรับจำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 4 คนละ 3,600 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด2 ปี 1 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้างเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้จำเลยทั้งสี่ กระทงละหนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 4 คนละ 1 ปี 4 เดือน ปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4คนละ 2,400 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน 20 วัน ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ ฐานนำกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5เข้ามาในราชอาณาจักร

จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 4 ปี รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 คนละ 4 ปี ปรับคนละ 3,600 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การ รับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษ ให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 2,400 บาท และจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน สำหรับข้อหาความผิดของจำเลยที่ 3 ฐานเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 เดือน จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 วัน รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 154)จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 155)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 2,400 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุก จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 2 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 2,400 บาท โดยมิได้แก้บทลงโทษ ดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งมิใช่กรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทิง มุลพรม · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้