Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 58848)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา เนื่องจากความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้บัดนี้จำเลยทั้งสองและโจทก์ร่วมสามารถตกลงกันได้ โดยจำเลยที่ 2 ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมเป็นที่พอใจแล้วโจทก์ร่วม จึงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงกับจำเลย ทั้งสองอีกต่อไปจึงขอถอนคำร้องทุกข์สำหรับความผิดฐานนี้เสียโปรดอนุญาต ส่วนความผิดตามมาตรา 265,268 ซึ่งยอมความไม่ได้นั้น โจทก์ร่วมก็ไม่ติดใจเอาความกับจำเลยทั้งสอง สุดแล้วแต่ศาลจะปรานีแก่จำเลยทั้งสอง หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน(อันดับ 194) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268,341,83,33 ระหว่างพิจารณา นางวาสนา ขันทับทิม ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 วรรคสอง,83,341 เป็นผิด กรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 4 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268,83,341 เป็นความผิด กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ให้จำคุก 4 ปีสัญญาค้ำประกันเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดให้ริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 181,183) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 194) คำสั่ง คดีนี้เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหาย จะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อผู้เสียหายซึ่งเป็น โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์แก่จำเลยทั้งสอง สิทธินำคดีอาญา มาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยทั้งสองเฉพาะความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เสียจากสารบบความ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2556/2538พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางวาสนา ขันทับทิมโจทก์นายธนู ทองสำริตหรือทองสำริด กับพวกจำเลยนางวาสนา ขันทับทิม โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 39ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา เนื่องจากความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้บัดนี้จำเลยทั้งสองและโจทก์ร่วมสามารถตกลงกันได้ โดยจำเลยที่ 2 ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมเป็นที่พอใจแล้วโจทก์ร่วม จึงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงกับจำเลย ทั้งสองอีกต่อไปจึงขอถอนคำร้องทุกข์สำหรับความผิดฐานนี้เสียโปรดอนุญาต ส่วนความผิดตามมาตรา 265,268 ซึ่งยอมความไม่ได้นั้น โจทก์ร่วมก็ไม่ติดใจเอาความกับจำเลยทั้งสอง สุดแล้วแต่ศาลจะปรานีแก่จำเลยทั้งสอง หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน(อันดับ 194) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268,341,83,33 ระหว่างพิจารณา

นางวาสนา ขันทับทิม ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 วรรคสอง,83,341 เป็นผิด กรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 4 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268,83,341 เป็นความผิด กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ให้จำคุก 4 ปีสัญญาค้ำประกันเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดให้ริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 181,183) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 194) คำสั่ง คดีนี้เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหาย จะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อผู้เสียหายซึ่งเป็น โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์แก่จำเลยทั้งสอง สิทธินำคดีอาญา มาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยทั้งสองเฉพาะความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เสียจากสารบบความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้