Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58842)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อเท็จจริง ของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ส่วนฎีกาข้อกฎหมายเป็นสาระแก่คดี (ที่ถูกน่าจะเป็น ไม่เป็นสาระแก่คดี) อันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการ พิจารณาได้ความว่าจำเลยลักนอตกลึง ซึ่งยึดกับตัวถังรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย เป็นข้อสาระสำคัญและจำเลยได้หลงข้อต่อสู้ ศาลลงโทษจำเลย ไม่ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 61)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) แต่โจทก์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,80 จึงให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) ประกอบมาตรา 80จำคุก 2 ปี จำเลยให้การ รับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ หนึ่งในสี่ คงเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 80 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 60)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย และยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปี จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงชอบแล้ว ส่วนฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาได้หรือไม่นั้น เป็นสาระสำคัญแก่คดี จึงให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยไว้พิจารณา

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2530/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายเรวัตร อุดมอำนวยจำเลยนายเรวัตร อุดมอำนวย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 15ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อเท็จจริง ของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ส่วนฎีกาข้อกฎหมายเป็นสาระแก่คดี (ที่ถูกน่าจะเป็น ไม่เป็นสาระแก่คดี) อันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการ พิจารณาได้ความว่าจำเลยลักนอตกลึง ซึ่งยึดกับตัวถังรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย เป็นข้อสาระสำคัญและจำเลยได้หลงข้อต่อสู้ ศาลลงโทษจำเลย ไม่ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 61)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) แต่โจทก์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,80 จึงให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) ประกอบมาตรา 80จำคุก 2 ปี จำเลยให้การ รับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ หนึ่งในสี่ คงเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 80 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 60)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย และยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปี จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก

ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงชอบแล้ว ส่วนฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาได้หรือไม่นั้น เป็นสาระสำคัญแก่คดี จึงให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยไว้พิจารณา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้