Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58829)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานพยายามฆ่าคดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในความผิดฐานนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ส่วนที่ฎีกาว่า ไม่ควรรอการลงโทษนั้น เป็นการอุทธรณ์ ดุลพินิจในการลงโทษ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง นอกจาก จะไม่ได้กล่าวมาในชั้นอุทธรณ์แล้วยังเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย และจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีจึงต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยได้สับไก ปืนแล้วแต่ลูกกระสุนปืนไม่ลั่นโจทก์ร่วมจึงไม่ตายถือว่าจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด เป็นความผิดครบองค์ประกอบ ฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วม และศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยในฐาน ความผิดนี้ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นายจำลอง เอี่ยมประเสริฐผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นและพยายามฆ่าศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,376,391 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคสอง,72 ทวิ วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ฐานทำร้าย ผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนไปใน หมู่บ้านและที่ชุมนุมชน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ปรับ 2,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ จำคุก 15 วัน ปรับ 500 บาท ฐานพาอาวุธปืนไปใน หมู่บ้านและที่ชุมนุมชน จำคุก 3 เดือน ปรับ 1,000 บาท กับลงโทษฐานยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านและที่ชุมนุมชน จำคุก 15 วัน ปรับ 500 บาท รวมเป็นจำคุก 3 เดือน30 วัน ปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำให้รอการ ลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบอาวุธปืนของกลาง คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานยิงปืน โดยใช่เหตุในหมู่บ้านหรือชุมนุมชน จำคุก 10 วัน และปรับ 500 บาท และปรับ 500 บาท รวมจำคุก 3 เดือน 25 วัน และปรับ 2,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 66)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 69)คำสั่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกา ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมนั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2484/2537พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายจำลอง เอี่ยมประเสริฐโจทก์นายสิงห์หรืออืด ทองอ่อนจำเลยนายจำลอง เอี่ยมประเสริฐ โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานพยายามฆ่าคดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในความผิดฐานนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ส่วนที่ฎีกาว่า ไม่ควรรอการลงโทษนั้น เป็นการอุทธรณ์ ดุลพินิจในการลงโทษ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง นอกจาก จะไม่ได้กล่าวมาในชั้นอุทธรณ์แล้วยังเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย และจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีจึงต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยได้สับไก ปืนแล้วแต่ลูกกระสุนปืนไม่ลั่นโจทก์ร่วมจึงไม่ตายถือว่าจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด เป็นความผิดครบองค์ประกอบ

ฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วม และศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยในฐาน ความผิดนี้ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นายจำลอง เอี่ยมประเสริฐผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นและพยายามฆ่าศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,376,391 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคสอง,72 ทวิ วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ฐานทำร้าย ผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนไปใน หมู่บ้านและที่ชุมนุมชน

ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ปรับ 2,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ จำคุก 15 วัน ปรับ 500 บาท ฐานพาอาวุธปืนไปใน หมู่บ้านและที่ชุมนุมชน จำคุก 3 เดือน ปรับ 1,000 บาท กับลงโทษฐานยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านและที่ชุมนุมชน จำคุก 15 วัน ปรับ 500 บาท รวมเป็นจำคุก 3 เดือน30 วัน ปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำให้รอการ ลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบอาวุธปืนของกลาง

คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานยิงปืน โดยใช่เหตุในหมู่บ้านหรือชุมนุมชน จำคุก 10 วัน และปรับ 500 บาท และปรับ 500 บาท รวมจำคุก 3 เดือน 25 วัน และปรับ 2,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 66)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 69)คำสั่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกา ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมนั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้