Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58828)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 เป็นฎีกา ในข้อเท็จจริง และจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 เห็นว่า ประเด็นปัญหาที่ว่าการดำเนินการของจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกนั้นเป็นการ จัดการมรดกเสร็จสิ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 แล้วหรือยัง เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญ และคดีนี้ยื่นฟ้อง ก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขใหม่ พ.ศ. 2534 ประกาศใช้ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8ไว้พิจารณา พิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันจดทะเบียนโอนที่ดินตราจอง เลขที่ 177 ตำบลบางขันแตก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ให้แก่โจทก์ทั้งสองรวมหนึ่งในแปดส่วนของที่ดินทั้งแปลง แต่ต้องไม่เกิน 5 ไร่ 3 งาน 15.6 ตารางวา ตามที่โจทก์ทั้งสองขอ หากจำเลยทั้งแปด ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 145)จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 จึงยื่นคำร้องนี้(อันดับ 151)คำสั่งที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3ได้จัดการมรดกเสร็จสิ้นไปแล้ว โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทชอบที่จะฟ้องภายในอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าเมื่อเจ้ามรดก มิได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกย่อมตกทอดยังทายาททุกคนรวมทั้ง โจทก์ทั้งสองด้วย การที่จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดก โอนที่พิพาทอันเป็นมรดกให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 ถึงจำเลยที่ 8โดยไม่โอนให้โจทก์ โดยอ้างว่าเป็นไปตาม ความประสงค์ของนางสมบุญเจ้ามรดกที่สั่งไว้นั้นจึงรับฟังไม่ได้และยังเป็นการทำผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกด้วย ส่วนการโอนที่พิพาทตามเอกสารหมาย จ.7 และ จ.8 ก็ยังถือไม่ได้ว่าได้แบ่ง ทรัพย์มรดกเสร็จแล้วตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2520 จำเลยที่ 3 ยังมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่อาจยกอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733ต่อสู้โจทก์ทั้งสองได้ ดังนั้น ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง และที่อ้างว่าคดีนี้ยื่นฟ้องก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขใหม่ พ.ศ. 2535 จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ก็หาได้มีบทบัญญัติยกเว้นดังที่อ้างไม่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2470/2537นางสาวปิยะธิดา เจริญพัฒน์ กับพวกโจทก์นางสาวยุพิน เจริญพัฒน์ กับพวกจำเลยนายทวีสิทธิ์ คูณรัตนศิริ ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 เป็นฎีกา ในข้อเท็จจริง และจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 เห็นว่า ประเด็นปัญหาที่ว่าการดำเนินการของจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกนั้นเป็นการ

จัดการมรดกเสร็จสิ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 แล้วหรือยัง เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญ และคดีนี้ยื่นฟ้อง ก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขใหม่ พ.ศ. 2534 ประกาศใช้ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8ไว้พิจารณา พิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันจดทะเบียนโอนที่ดินตราจอง เลขที่ 177 ตำบลบางขันแตก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ให้แก่โจทก์ทั้งสองรวมหนึ่งในแปดส่วนของที่ดินทั้งแปลง แต่ต้องไม่เกิน 5 ไร่ 3 งาน 15.6 ตารางวา ตามที่โจทก์ทั้งสองขอ หากจำเลยทั้งแปด ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 145)จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 จึงยื่นคำร้องนี้(อันดับ 151)คำสั่งที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3ได้จัดการมรดกเสร็จสิ้นไปแล้ว โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทชอบที่จะฟ้องภายในอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าเมื่อเจ้ามรดก มิได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกย่อมตกทอดยังทายาททุกคนรวมทั้ง โจทก์ทั้งสองด้วย การที่จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดก โอนที่พิพาทอันเป็นมรดกให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 ถึงจำเลยที่ 8โดยไม่โอนให้โจทก์ โดยอ้างว่าเป็นไปตาม ความประสงค์ของนางสมบุญเจ้ามรดกที่สั่งไว้นั้นจึงรับฟังไม่ได้และยังเป็นการทำผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกด้วย

ส่วนการโอนที่พิพาทตามเอกสารหมาย จ.7 และ จ.8 ก็ยังถือไม่ได้ว่าได้แบ่ง ทรัพย์มรดกเสร็จแล้วตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2520 จำเลยที่ 3 ยังมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่อาจยกอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733ต่อสู้โจทก์ทั้งสองได้ ดังนั้น ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง และที่อ้างว่าคดีนี้ยื่นฟ้องก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขใหม่ พ.ศ. 2535 จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ก็หาได้มีบทบัญญัติยกเว้นดังที่อ้างไม่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้