Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58810)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงไม่รับคำร้องจำเลยเห็นว่า จำเลยมิได้มีเจตนาหรือจงใจละทิ้งคดีแต่เหตุที่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาล่าช้า เนื่องจากทนายจำเลยเมื่อยื่นฎีกาแล้วก็มิได้ติดตามฟังคำสั่งว่าศาลจะรับฎีกาหรือไม่ และจำเลยก็ไม่สามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเองได้ เนื่องจากจำเลยไม่รู้กฎหมายอีกประการหนึ่งคือ เมื่อทนายจำเลยและจำเลยยังมิได้ฟังคำสั่งศาล การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จึงไม่พ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด โปรดมีคำสั่งรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 การกระทำของ จำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานรับของโจร จำคุก 5 ปี ฐานใช้ เอกสารราชการปลอม จำคุก 3 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลย 8 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ริบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ จำนวน 2 แผ่น ของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหา ข้อเท็จจริง จำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับเป็นฎีกาของจำเลยทั้งสองกระทง (อันดับ 74 แผ่นที่ 2)จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว (อันดับ 77)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80 แผ่นที่ 2)คำสั่งจำเลยยื่นฎีกาวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 และตามแบบพิมพ์ท้ายฎีกา มีข้อความว่า "รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว" ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับในวันเดียวกัน ถือว่าจำเลยทราบ คำสั่งศาลชั้นต้นในวันนั้น จำเลยเพิ่งยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2537 พ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันฟังคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 224 จึงต้องห้าม ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2271/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายบุญมี หอมชื่นจิตรจำเลยนายบุญมี หอมชื่นจิตร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 224ความว่า

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงไม่รับคำร้องจำเลยเห็นว่า จำเลยมิได้มีเจตนาหรือจงใจละทิ้งคดีแต่เหตุที่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาล่าช้า เนื่องจากทนายจำเลยเมื่อยื่นฎีกาแล้วก็มิได้ติดตามฟังคำสั่งว่าศาลจะรับฎีกาหรือไม่ และจำเลยก็ไม่สามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเองได้ เนื่องจากจำเลยไม่รู้กฎหมายอีกประการหนึ่งคือ เมื่อทนายจำเลยและจำเลยยังมิได้ฟังคำสั่งศาล การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จึงไม่พ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด โปรดมีคำสั่งรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80 แผ่นที่ 2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 การกระทำของ จำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานรับของโจร จำคุก 5 ปี ฐานใช้ เอกสารราชการปลอม จำคุก 3 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลย 8 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ริบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ จำนวน 2 แผ่น ของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหา ข้อเท็จจริง จำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับเป็นฎีกาของจำเลยทั้งสองกระทง (อันดับ 74 แผ่นที่ 2)จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว (อันดับ 77)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80 แผ่นที่ 2)คำสั่งจำเลยยื่นฎีกาวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 และตามแบบพิมพ์ท้ายฎีกา มีข้อความว่า "รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว" ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับในวันเดียวกัน ถือว่าจำเลยทราบ คำสั่งศาลชั้นต้นในวันนั้น จำเลยเพิ่งยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2537 พ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันฟังคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 224 จึงต้องห้าม ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้