Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58771)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 3,4 และ 5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาข้อ 4 ที่ว่า ใบหุ้นซึ่งจำเลยที่ 1 พิมพ์ขึ้นมา โดยได้รับค่าจ้างในอัตราที่สูง แม้ผู้ว่าจ้าง จะนำไปใช้ในการปลอมใบหุ้น ก็ยังไม่พอแปลได้ว่าจำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นได้ถึงผลนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีหมายเลขแดงที่ 5239/2536 และคดีหมายเลขแดงที่ 5240/2536ของศาลชั้นต้น โดยให้เรียกจำเลยคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 และเรียก จำเลยในสำนวนทั้งสองว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3ตามลำดับ แต่คดีทั้งสองสำนวนดังกล่าวถึงที่สุดแล้วโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(3) จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ริบใบหุ้นของกลาง ยกฟ้องข้อหาอื่นนอกจากนี้ และยกคำขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือ ใช้เงินจำนวน 537,500 บาท แก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 150)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 151)คำสั่งพิเคราะห์คำฟ้องฎีกาข้อ 4 ของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ใบหุ้นซึ่งจำเลยที่ 1 พิมพ์ขึ้นมา โดยได้รับค่าจ้าง ในอัตราที่สูง ยังไม่พอแปลได้ว่าจำเลยที่ 1เล็งเห็นผลว่า ผู้จ้างจะนำไปปลอมเป็นใบหุ้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงขาดเจตนา จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานปลอมใบหุ้น เห็นว่า ฎีกาดังกล่าว เป็นการโต้เถียงว่า จำเลยที่ 1ไม่มีเจตนากระทำความผิดนั่นเอง ปัญหาว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนากระทำความผิดหรือไม่ เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 4 ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2059/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายวิรัตน์หรือสมประสงค์ กีรติพิทยานุสารจำเลยหรือกีรติพิทยานุศาส์น กับพวกจำเลยนายวิรัตน์หรือสมประสงค์ กีรติพิทยานุสารผู้ยื่นคำร้องหรือกีรติพิทยานุศาส์น จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 3,4 และ 5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาข้อ 4 ที่ว่า ใบหุ้นซึ่งจำเลยที่ 1 พิมพ์ขึ้นมา โดยได้รับค่าจ้างในอัตราที่สูง

แม้ผู้ว่าจ้าง จะนำไปใช้ในการปลอมใบหุ้น ก็ยังไม่พอแปลได้ว่าจำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นได้ถึงผลนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีหมายเลขแดงที่ 5239/2536 และคดีหมายเลขแดงที่ 5240/2536ของศาลชั้นต้น โดยให้เรียกจำเลยคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 และเรียก จำเลยในสำนวนทั้งสองว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3ตามลำดับ แต่คดีทั้งสองสำนวนดังกล่าวถึงที่สุดแล้วโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(3) จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ริบใบหุ้นของกลาง ยกฟ้องข้อหาอื่นนอกจากนี้ และยกคำขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือ ใช้เงินจำนวน 537,500 บาท แก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 150)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 151)คำสั่งพิเคราะห์คำฟ้องฎีกาข้อ 4 ของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ใบหุ้นซึ่งจำเลยที่ 1 พิมพ์ขึ้นมา โดยได้รับค่าจ้าง ในอัตราที่สูง ยังไม่พอแปลได้ว่าจำเลยที่ 1เล็งเห็นผลว่า ผู้จ้างจะนำไปปลอมเป็นใบหุ้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงขาดเจตนา จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานปลอมใบหุ้น เห็นว่า ฎีกาดังกล่าว เป็นการโต้เถียงว่า จำเลยที่ 1ไม่มีเจตนากระทำความผิดนั่นเอง ปัญหาว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนากระทำความผิดหรือไม่ เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 4 ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค · วุฒิ คราวุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้