Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58763)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา ที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินไม่ปรากฏว่าเป็นปัญหาสำคัญอย่างไร อันควรสู่ศาลสูงสุด เป็นเพียงดุลพินิจในการลงโทษไม่อนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในประเด็นว่า การที่ จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเพื่อให้พ้นผิดในทางแพ่ง พฤติการณ์ แห่งคดีไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษ นั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจาก การที่จำเลยชดใช้ค่าเสียหายนั้นก็เพื่อบรรเทาผลร้ายในทางอาญา และพฤติการณ์แห่งคดีก็เป็นปัญหาสำคัญที่ควรขึ้นสู่ศาลฎีกา เพื่อพิจารณา ขอศาลอุทธรณ์ได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 22,152และมาตรา 43,157 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ลงโทษตามมาตรา 22,152 ปรับ 500 บาท และตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 4 ปี ปรับ 500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี ปรับ 250 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความ ที่ตัดสินไม่ปรากฏว่าเป็นปัญหาสำคัญอย่างไรอันควรสู่ศาลสูงสุดเป็นเพียงดุลพินิจในการลงโทษ ไม่อนุญาตให้ฎีกาและมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 49,48)จำเลยยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่ง ศาลฎีกา (อันดับ 51)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าข้อฎีกาของจำเลยไม่เป็นปัญหาสำคัญ อันควรสู่ศาลสูงสุดนั้น เป็นอำนาจเฉพาะของผู้พิพากษาผู้นั้น จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกาต่อไปอีกไม่ได้ ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1991/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายวสันติ์ บุตรแสนจำเลยนายวสันติ์ บุตรเสน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา ที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินไม่ปรากฏว่าเป็นปัญหาสำคัญอย่างไร อันควรสู่ศาลสูงสุด เป็นเพียงดุลพินิจในการลงโทษไม่อนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในประเด็นว่า การที่ จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเพื่อให้พ้นผิดในทางแพ่ง พฤติการณ์ แห่งคดีไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษ นั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจาก การที่จำเลยชดใช้ค่าเสียหายนั้นก็เพื่อบรรเทาผลร้ายในทางอาญา และพฤติการณ์แห่งคดีก็เป็นปัญหาสำคัญที่ควรขึ้นสู่ศาลฎีกา เพื่อพิจารณา

ขอศาลอุทธรณ์ได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 22,152และมาตรา 43,157 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ลงโทษตามมาตรา 22,152 ปรับ 500 บาท และตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 4 ปี ปรับ 500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี ปรับ 250 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความ ที่ตัดสินไม่ปรากฏว่าเป็นปัญหาสำคัญอย่างไรอันควรสู่ศาลสูงสุดเป็นเพียงดุลพินิจในการลงโทษ

ไม่อนุญาตให้ฎีกาและมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 49,48)จำเลยยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่ง ศาลฎีกา (อันดับ 51)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าข้อฎีกาของจำเลยไม่เป็นปัญหาสำคัญ อันควรสู่ศาลสูงสุดนั้น เป็นอำนาจเฉพาะของผู้พิพากษาผู้นั้น จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกาต่อไปอีกไม่ได้ ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้