Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58760)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2536โจทก์ยื่นขอขยายระยะเวลาฎีกาออกไปอีก 15 วัน จึงครบกำหนด ยื่นฎีกาในวันที่ 25 ธันวาคม 2536 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ให้คืน ค่าขึ้นศาลทั้งหมดโจทก์เห็นว่า การที่ทนายโจทก์ไม่สามารถยื่น คำร้องขอ ขยายระยะเวลายื่นฎีกาภายในกำหนดระยะเวลายื่นฎีกานั้น ก็เพราะ ทนายโจทก์ได้เกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ข้อเท้าหลุดและหัก ไม่สามารถเดินได้ และภูมิลำเนาที่โจทก์อาศัยอยู่ก็เป็นถิ่นทุรกันดารการคมนาคมไม่สะดวกไม่สามารถติดต่อกับโจทก์หรือ บุคคลอื่นให้ยื่นฎีกาแทนได้นั้น ถือเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยอย่างยิ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23โปรดมีคำสั่งอนุญาตรับฎีกาของโจทก์ไว้เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณา พิพากษาต่อไปหมายเหตุ ผู้ร้องยังไม่ได้รับสำเนาอุทธรณ์กรณีเป็นชั้นร้องขัดทรัพย์คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 46506,46592 และ 46593 แขวงแสมดำเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นได้มี คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดง ที่ 282/2534 ให้ผู้จัดการมรดกของจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง การที่โจทก์นำ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวทำให้ผู้ร้อง ไม่สามารถรับโอนที่ดินพิพาทได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการ ยึดที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 56592,56593 และ 46506 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียนกรุงเทพมหานครโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปอีก 15 วัน นับจากวันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต (อันดับ 54)ต่อมาโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้ว ศาลชั้นต้น ไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องและมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 55 แผ่นที่ 3,81)โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้อุทธรณ์ยื่น อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 252ให้ส่งคำร้องพร้อมฎีกาไปยังศาลฎีกาเพื่อ พิจารณาสั่ง (อันดับ 85)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาของโจทก์ เพราะโจทก์ยื่นฎีกาพ้นกำหนด ตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาต มิใช่กรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาที่จะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247,252 โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามปกติต่อศาลอุทธรณ์ได้ ตามมาตรา 223 แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ก็เห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียเลย ศาลฎีกาเห็นว่าตามทางไต่สวน คำร้องของ โจทก์ได้ความว่าทนายโจทก์เกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุ ให้ข้อเท้าหลุดและหักไม่สามารถเดินได้ และภูมิลำเนาที่โจทก์ อาศัยอยู่ก็เป็นถิ่นทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก ไม่สามารถ ติดต่อกับโจทก์หรือบุคคลอื่นให้ยื่นฎีกาแทนโจทก์ กรณีถือได้ว่า มีเหตุที่โจทก์ไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ก่อนถึงระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตได้ จึงเป็นเหตุสุดวิสัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23อนุญาตตามคำร้อง จึงให้รับฎีกาของโจทก์และดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1989/2537นางสาวกรรณิการ์ โลหะเวชโจทก์นายสมสุข ซื่อต่อศักดิ์ผู้ร้องนายเดชา สุพรรณธะริดาจำเลยนางสาวกรรณิการ์ โลหะเวช โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 23ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2536โจทก์ยื่นขอขยายระยะเวลาฎีกาออกไปอีก 15 วัน จึงครบกำหนด ยื่นฎีกาในวันที่ 25 ธันวาคม 2536 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ให้คืน ค่าขึ้นศาลทั้งหมดโจทก์เห็นว่า การที่ทนายโจทก์ไม่สามารถยื่น คำร้องขอ ขยายระยะเวลายื่นฎีกาภายในกำหนดระยะเวลายื่นฎีกานั้น ก็เพราะ ทนายโจทก์ได้เกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ข้อเท้าหลุดและหัก ไม่สามารถเดินได้ และภูมิลำเนาที่โจทก์อาศัยอยู่ก็เป็นถิ่นทุรกันดารการคมนาคมไม่สะดวกไม่สามารถติดต่อกับโจทก์หรือ

บุคคลอื่นให้ยื่นฎีกาแทนได้นั้น ถือเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยอย่างยิ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23โปรดมีคำสั่งอนุญาตรับฎีกาของโจทก์ไว้เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณา พิพากษาต่อไปหมายเหตุ ผู้ร้องยังไม่ได้รับสำเนาอุทธรณ์กรณีเป็นชั้นร้องขัดทรัพย์คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 46506,46592 และ 46593 แขวงแสมดำเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นได้มี คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดง ที่ 282/2534 ให้ผู้จัดการมรดกของจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง

การที่โจทก์นำ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวทำให้ผู้ร้อง ไม่สามารถรับโอนที่ดินพิพาทได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการ ยึดที่ดินทั้งสามโฉนดดังกล่าวศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 56592,56593 และ 46506 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียนกรุงเทพมหานครโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปอีก 15 วัน นับจากวันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต (อันดับ 54)ต่อมาโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้ว ศาลชั้นต้น ไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องและมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 55 แผ่นที่ 3,81)โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้อุทธรณ์ยื่น อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 252ให้ส่งคำร้องพร้อมฎีกาไปยังศาลฎีกาเพื่อ พิจารณาสั่ง (อันดับ 85)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาของโจทก์ เพราะโจทก์ยื่นฎีกาพ้นกำหนด ตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาต มิใช่กรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาที่จะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247,252 โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามปกติต่อศาลอุทธรณ์ได้ ตามมาตรา 223 แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ก็เห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียเลย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามทางไต่สวน คำร้องของ โจทก์ได้ความว่าทนายโจทก์เกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุ ให้ข้อเท้าหลุดและหักไม่สามารถเดินได้ และภูมิลำเนาที่โจทก์ อาศัยอยู่ก็เป็นถิ่นทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก ไม่สามารถ ติดต่อกับโจทก์หรือบุคคลอื่นให้ยื่นฎีกาแทนโจทก์ กรณีถือได้ว่า มีเหตุที่โจทก์ไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ก่อนถึงระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตได้ จึงเป็นเหตุสุดวิสัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23อนุญาตตามคำร้อง จึงให้รับฎีกาของโจทก์และดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมภพ โชติกวณิชย์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้