Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5876/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ใช้สิทธิเลิกสัญญาได้นั้นจะต้องเป็นผู้มีสิทธิเลิกสัญญาหรือโดยบทบัญญัติของกฎหมายมิใช่ว่าจะใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ตามอำเภอใจ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม มีสิทธิเลิกสัญญาโดยเหตุใดการที่โจทก์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 2และมิได้โต้แย้งคัดค้านหามีผลเป็นการเลิกสัญญาดังกล่าวไม่เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องโต้แย้งหรือคัดค้านการบอกเลิกสัญญาของจำเลยที่ 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 258,090 บาทและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ให้โจทก์เป็นเงิน 172,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินทั้งสองจำนวน นับแต่วันฟ้องคือวันที่ 14 กันยายน 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จกับค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะเพราะสัญญาเช่าซื้อไม่ได้ลงลายมือชื่อโจทก์ จำเลยที่ 2ได้บอกเลิกสัญญาค้ำประกันแก่โจทก์

โจทก์มิได้โต้แย้งและคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง แต่ต่อมาจำเลยที่ 2 แถลงโต้แย้งและคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง แต่ต่อมาจำเลยที่ 2แถลงขอสละข้อต่อสู้ตามคำให้การยกเว้นในประเด็นว่า จำเลยที่ 2ได้เคยมีหนังสือบอกขอสละข้อต่อสู้ตามคำให้การยกเว้นในประเด็นว่าจำเลยที่ 2 ได้เคยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาค้ำประกันไปถึงโจทก์และโจทก์ได้รับหนังสือแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 164,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวนเงิน 114,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 278,000 บาท นับแต่วันที่ 15 กันยายน 2537 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และชำระค่าเสียหายให้โจทก์ต่อไปอีกเดือนละ 2,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคา แต่ไม่เกิน 12 เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมจำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การต่อสู้คดีหลายประการ

ต่อมาวันที่ 26 กรกฎาคม 2539 ทนายจำเลยที่ 2แถลงสละประเด็นข้อต่อสู้ในคำให้การยกเว้นแต่ข้อต่อสู้ที่ว่าจำเลยที่ 2 เคยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาค้ำประกันไปถึงโจทก์และโจทก์ได้รับหนังสือแล้วทนายโจทก์แถลงรับว่าโจทก์เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.5ดังนี้ประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 คงมีแต่ว่าเมื่อจำเลยที่ 2 ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาค้ำประกันไปถึงโจทก์และโจทก์ได้รับหนังสือแล้วจะมีผลตามกฎหมายอย่างไร ประเด็นข้อพิพาทอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงถือว่าคู่ความสละแล้ว ไม่เป็นปัญหาที่ศาลจะต้องวินิจฉัยต่อไปปัญหาที่ว่า หนังสือบอกเลิกสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 2 มีผลตามกฎหมายอย่างไรนั้น

เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 386 วรรคแรก บัญญัติว่า ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ใช้สิทธิเลิกสัญญาได้นั้นจะต้องเป็นผู้มีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติของกฎหมาย มิใช่ว่าจะใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ตามอำเภอใจ ในกรณีของจำเลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 มีสิทธิเลิกสัญญาโดยเหตุใด การที่โจทก์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาของจำเลยที่ 2 แล้ว มิได้โต้แย้งคัดค้านหามีผลเป็นการเลิกสัญญาค้ำประกันไม่ เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่จะต้องโต้แย้งหรือคัดค้านการบอกเลิกสัญญาของจำเลยที่ 2

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ศรีสง่า · บุญธรรม อยู่พุก · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้