Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58755)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา บัดนี้โจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์ ที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 อีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน(อันดับ 143)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181,177,326,84,83,90,91ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า ตามฟ้องไม่มีความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ให้ยกฟ้อง ส่วนข้อหาอื่นศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,177 วรรคสอง,181(1)(2),326 ฐานฟ้องเท็จและหมิ่นประมาท เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 181(1) ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 2 ปี และฐานเบิกความเท็จ ให้จำคุก 2 ปี เรียงกระทงลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 2 กระทง ให้จำคุก 4 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181(1),326,84 การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมาย หลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 181(1) ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 3มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181(1),326การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 181(1) ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,177 วรรคสอง,181(1)(2)ฐานฟ้องเท็จจำคุก 2 ปี ฐานเบิกความเท็จจำคุก 2 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 4 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181(1),84 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 3 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181(1)จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามฎีกา (อันดับ 134)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 143)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175,177 วรรคสอง,181(1)(2) มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวอันที่จะยอมความกันได้ และศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ภาค 3มีคำพิพากษาแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1ได้ ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1960/2537พันตำรวจโทพงษ์เดช ทั่งจันทร์แดง กับพวกโจทก์นายสังวาลย์ กุนอก กับพวกจำเลยพันตำรวจโทพงษ์เดช ทั่งจันทร์แดง ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องร้อยตำรวจเอกจีรวัฒน์ อุดมสุด ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 35, ม. 39ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา บัดนี้โจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์ ที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 อีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน(อันดับ 143)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181,177,326,84,83,90,91ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า ตามฟ้องไม่มีความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ให้ยกฟ้อง ส่วนข้อหาอื่นศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,177 วรรคสอง,181(1)(2),326 ฐานฟ้องเท็จและหมิ่นประมาท เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 181(1) ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 2 ปี และฐานเบิกความเท็จ ให้จำคุก 2 ปี

เรียงกระทงลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 2 กระทง ให้จำคุก 4 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181(1),326,84 การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมาย หลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 181(1) ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 3มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181(1),326การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 181(1) ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,177 วรรคสอง,181(1)(2)ฐานฟ้องเท็จจำคุก 2 ปี ฐานเบิกความเท็จจำคุก 2 ปี เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 4 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181(1),84 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 3 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,181(1)จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามฎีกา (อันดับ 134)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 143)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175,177 วรรคสอง,181(1)(2) มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวอันที่จะยอมความกันได้ และศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ภาค 3มีคำพิพากษาแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1ได้ ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · จเร อำนวยวัฒนา · อรุณ น้าประเสริฐ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้