Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58741)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสิบจดทะเบียนลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสิบในวันนัดชี้สองสถานศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าฟ้องโจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนการโอนที่ดินโดยการฉ้อฉล และขอให้ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมด้วย นอกจากนี้จำเลยยังต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ การที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์เป็นการไม่ถูกต้องให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลใหม่ให้ถูกต้องตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง และให้เลื่อนการนัดชี้สองสถานโจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่ง พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ดังนี้ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลใหม่อย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 วรรคหนึ่ง แม้โจทก์จะโต้แย้งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวเป็นการที่มิได้กำหนดหรือคำนวณค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168 ก็ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 วรรคหนึ่ง และเมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำศาลอุทธรณ์หรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีนี้ โจทก์ก็ยังไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาโดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิได้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสิบจดทะเบียนลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสิบในวันนัดชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าฟ้องโจทก์ขอให้ ศาลเพิกถอนการโอนที่ดินโดยการฉ้อฉล และขอให้ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมด้วย นอกจากนี้จำเลยยังต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ การที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ เป็นการไม่ถูกต้อง ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลใหม่ให้ถูกต้องตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง และให้เลื่อนการนัดชี้สองสถานโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่ง พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์สั่งอุทธรณ์ว่า กรณีไม่ใช่เป็นเรื่องกำหนดหรือคำนวณค่าฤชาธรรมเนียมไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168 แต่เป็นเรื่องคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่ซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จึงไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด และสั่งคำร้องว่าสั่งในอุทธรณ์คำสั่งแล้วโจทก์จึงยื่นคำร้อง โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกส่วนแบ่งทรัพย์มรดกจากจำเลยทั้งสิบ โดยขอให้ใส่ชื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยทั้งสิบในที่ดินพิพาทเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์และให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้อง จึงเป็นกรณีการอุทธรณ์ในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคำสั่งศาลชั้นต้น ดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ โปรดมีคำสั่งให้รับคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาไว้พิจารณาต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีนี้ไม่ต้องด้วยกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ แต่เมื่อโจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา จึงให้ส่งไปศาลฎีกาศาลฎีกามีคำสั่งว่า "คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้โจทก์ซึ่งเสียค่าขึ้นศาลมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ เสียค่าขึ้นศาลใหม่อย่างคดีมีทุนทรัพย์ ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 วรรคหนึ่ง แม้โจทก์ จะโต้แย้งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว เป็นการที่มิได้กำหนดหรือคำนวณค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168 ก็ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 วรรคหนึ่ง และเมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีนี้ โจทก์ก็ยังไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาโดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ได้ ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ก้าน อันนานนท์ · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้