Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58734)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ทั้งไม่ได้รับรองให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 เห็นว่า ฎีกาที่ว่า การกระทำของจำเลยในคดีนี้จำเลยทั้งหมด มีเจตนาเพียงเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 7 ให้มีชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้านเท่านั้นมิได้มีเจตนาที่จะก่อ ให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือทางราชการ แต่อย่างใด เป็นปัญหาสำคัญที่ยังไม่มีแนวคำพิพากษา ของศาลฎีกาเป็นบรรทัดฐาน และจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ไม่เคยกระทำผิดมาก่อน เพื่อให้โอกาส จำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 39)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเจ็ดมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 50 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83การกระทำของจำเลยทั้งเจ็ด เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษ ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 6 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกา ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 34)จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 มีกำหนดคนละ 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน การที่จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 มีเจตนาเพียงเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 7 ให้มีชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้านเท่านั้น มิได้มีเจตนาที่จะ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือต่อทางราชการแต่อย่างใด และการที่จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6ชอบแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1776/2537พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิโจทก์นายสมภูมิ โฉสูงเนิน กับพวกจำเลยนายสมภูมิ โฉสูงเนิน ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสง่า โฉสูงเนิน ที่ 5ผู้ยื่นคำร้องนายถนอม โฉสูงเนิน ที่ 6 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ทั้งไม่ได้รับรองให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 เห็นว่า ฎีกาที่ว่า การกระทำของจำเลยในคดีนี้จำเลยทั้งหมด มีเจตนาเพียงเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 7 ให้มีชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้านเท่านั้นมิได้มีเจตนาที่จะก่อ ให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือทางราชการ แต่อย่างใด เป็นปัญหาสำคัญที่ยังไม่มีแนวคำพิพากษา ของศาลฎีกาเป็นบรรทัดฐาน และจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ไม่เคยกระทำผิดมาก่อน เพื่อให้โอกาส จำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 39)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเจ็ดมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 50 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83การกระทำของจำเลยทั้งเจ็ด เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษ ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 6 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกา ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 34)จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 มีกำหนดคนละ 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน การที่จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 มีเจตนาเพียงเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 7 ให้มีชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้านเท่านั้น มิได้มีเจตนาที่จะ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือต่อทางราชการแต่อย่างใด และการที่จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6ชอบแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · นาม ยิ้มแย้ม · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้