Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58722)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมาย และผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา ไม่อนุญาตให้ฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกา และจำเลยเพิ่งทราบคำสั่งที่ ไม่อนุญาตให้ฎีกาเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2537 ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญ ประกอบกับจำเลยไม่เคยกระทำผิดใด ๆ มาก่อนเพื่อความยุติธรรมแก่จำเลย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยไว้ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 106)ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 12 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 58,57)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา (อันดับ 103)คำสั่งอำนาจในการสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาหรือสั่งให้รับฎีกาเป็นอำนาจ โดยเฉพาะของศาลฎีกา ดังนั้น จำเลยจะขอให้ศาลอุทธรณ์ สั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยไว้หาได้ไม่การอนุญาตให้ฎีกาในคดีซึ่งห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 เป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งใน ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ เมื่อผู้พิพากษานั้น ๆ ไม่อนุญาตให้ฎีกา และคดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกา ใน ปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1740/2537ห้างหุ้นส่วนจำกัดค.วัสดุภัณฑ์โจทก์นายวรพงษ์ จอมนงค์จำเลยนายวราพงษ์ (ตามฟ้องใช้วรพงษ์) จอมนงค์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 218, ม. 221ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมาย และผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา ไม่อนุญาตให้ฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกา และจำเลยเพิ่งทราบคำสั่งที่ ไม่อนุญาตให้ฎีกาเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2537 ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญ ประกอบกับจำเลยไม่เคยกระทำผิดใด ๆ มาก่อนเพื่อความยุติธรรมแก่จำเลย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยไว้ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 106)ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

พ.ศ. 2534 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 12 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 58,57)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา (อันดับ 103)คำสั่งอำนาจในการสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาหรือสั่งให้รับฎีกาเป็นอำนาจ โดยเฉพาะของศาลฎีกา ดังนั้น จำเลยจะขอให้ศาลอุทธรณ์ สั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยไว้หาได้ไม่การอนุญาตให้ฎีกาในคดีซึ่งห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 เป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งใน ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ เมื่อผู้พิพากษานั้น ๆ ไม่อนุญาตให้ฎีกา และคดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกา ใน ปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ · สถิตย์ สิทธิลักษณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้