Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58718)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งจึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยรับทราบ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจำเลยในวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงยังไม่ล่วงเลยกำหนดเวลาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี ข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 38) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาล่วงเลยกำหนดเวลา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ให้ส่งอุทธรณ์ คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณา (อันดับ 40) ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2537 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา (อันดับ 41) คำสั่ง จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2537 และตามแบบพิมพ์ท้ายฎีกามีข้อความว่า "รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่า ทราบแล้ว"ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันนั้นเอง ต้องถือว่าจำเลยทราบคำสั่งในวันนั้น แม้จำเลยจะมารับทราบ คำสั่ง ของศาลชั้นต้นดังกล่าวภายหลังในวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 ก็หาเป็นเหตุให้ระยะเวลาในการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ขยายไปไม่ จำเลยเพิ่งยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2537 พ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันฟัง คำสั่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 234 จึงต้องห้าม ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1729/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายหลี ปทุมอนุรักษ์จำเลยนายหลี ปทุมอนุรักษ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 234 ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งจึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยรับทราบ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจำเลยในวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงยังไม่ล่วงเลยกำหนดเวลาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี ข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 38) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาล่วงเลยกำหนดเวลา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ให้ส่งอุทธรณ์ คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณา (อันดับ 40) ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2537 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา (อันดับ 41) คำสั่ง จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2537 และตามแบบพิมพ์ท้ายฎีกามีข้อความว่า "รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่า ทราบแล้ว"ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันนั้นเอง ต้องถือว่าจำเลยทราบคำสั่งในวันนั้น แม้จำเลยจะมารับทราบ

คำสั่ง ของศาลชั้นต้นดังกล่าวภายหลังในวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 ก็หาเป็นเหตุให้ระยะเวลาในการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ขยายไปไม่ จำเลยเพิ่งยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2537 พ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันฟัง คำสั่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 234 จึงต้องห้าม ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้