Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม นั้น ถ้าคู่ความที่มิได้ระบุอ้างพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ขออนุญาตระบุพยานก่อนศาลพิพากษาคดีศาลอาจอนุญาตตามคำขอได้เมื่อมีเหตุอันสมควรและศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น โจทก์ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานโจทก์ 3 วันอ้างว่าโจทก์ไปเที่ยวหาซื้อสินค้ามาใส่ร้านจำเลยมิได้คัดค้านเหตุที่โจทก์อ้างว่าไปหาซื้อสินค้าว่าไม่เป็นความจริงขณะนั้นคดียังมิได้มีการสืบพยานอย่างใดจะถือว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 88 วรรคหนึ่งที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วันหรือประสงค์จะเอาเปรียบในทางคดียังไม่ได้โจทก์ก็ได้ยื่นบัญชีระบุพยานช้าไปเพียงวันเดียว พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้โจทก์อ้างพยานหลักฐานได้เพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมตามมาตรา 88 วรรคสาม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ขายเชื่อสินค้าให้จำเลยหลายครั้ง จำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ค่าซื้อเชื่อเป็นรายเดือนทุกเดือน จำเลยชำระให้โจทก์บางส่วนแล้ว เวลานี้จำเลยค้างอยู่ 8,702 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระ จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า ไม่เคยซื้อเชื่อสินค้าที่โจทก์ฟ้องศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน และนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 10 กันยายน 2507วันที่ 7 กันยายน 2507

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ออกหมายเรียกพยานศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ยังไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน โจทก์จึงยื่นบัญชีระบุพยาน แต่ศาลสั่งไม่รับวันที่ 8 กันยายน 2507

โจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์มิได้จงใจไม่ยื่นบัญชีระบุพยานเสียก่อนวันสืบพยาน 3 วัน เพราะเหตุว่าโจทก์ไปเที่ยวหาซื้อสินมาใส่ร้านที่จังหวัดพระนครตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2507 เพิ่งกลับมาถึงอำเภอกันทรารมย์ วันที่ 5 กันยายน 2507 ซึ่งเป็นวันเสาร์ โจทก์จึงยื่นบัญชีระบุพยานในวันที่ 7 กันยายน 2507 จำเลยมิได้เสียเปรียบเพราะยังมิได้มีการสืบพยานกันเลยเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอให้ศาลรับบัญชีระบุพยานโจทก์ไว้ด้วยวันที่ 8 กันยายน 2507

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามพฤติการณ์แสดงว่าโจทก์ละเลยไม่ยื่นบัญชีระบุพยาน เพราะศาลนัดล่วงหน้ากว่า 10 วัน โจทก์ควรจะยื่นเนิ่น ๆ วันที่ 7 กันยายน 2507 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานโดยอ้างว่ายื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้วแสดงว่าโจทก์ไม่เอาใจใส่ต่อคดีของโจทก์ว่าได้ยื่นบัญชีพยานแล้วหรือไม่ ซึ่งความจริงไม่ได้ยื่น ให้ยกคำร้องครั้นถึงวันที่ 10 กันยายน 2507 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และสั่งให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยในวันที่ 21 กันยายน 2507 วันที่ 11 กันยายน 2507 จำเลยยื่นคำแถลงว่า เมื่อยังไม่มีการสืบพยานในวันที่ 10 กันยายน 2507 บัญชีระบุพยานที่โจทก์ยื่นไว้ต่อศาลเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2507 ก็สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมโจทก์ขอยื่นบัญชีระบุพยานใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันที่ 10 กันยายน 2507 เป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ และศาลได้สั่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ให้งดสืบพยานโจทก์แล้ว โจทก์จะขอยื่นบัญชีระบุพยานอีกไม่ได้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคแรก กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ถ้าหากจะยื่นน้อยกว่า 3 วันหรือจะยื่นเมื่อใดก็ได้ย่อมเป็นการขัดต่อบทกฎหมายซึ่งบัญญัติบังคับไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ทั้งคดีไม่ต้องด้วยมาตรา 88 วรรค 3 เมื่อโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน แต่ไม่ยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลจึงถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ โจทก์จึงต้องแพ้คดี พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า

โจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานโจทก์เพียง 2 วัน เหตุที่โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน เป็นเพราะโจทก์ไปหาซื้อสินค้าที่กรุงเทพฯ เพิ่งกลับมาวันที่ 5 กันยายน 2507 ซึ่งเป็นวันเสาร์ จึงเป็นเหตุอันสมควรที่จะถือว่าโจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลก่อนพิพากษาคดี ขออนุญาตอ้างบัญชีระบุพยานเช่นว่านั้น และศาลอุทธรณ์เห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นต้องสืบพยานเช่นว่านั้นตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1034/2503

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามกระบวนความแล้วพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 วรรค 3 นั้น ถ้าคู่ความที่มิได้ระบุอ้างพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ขออนุญาตระบุพยานก่อนศาลพิพากษาคดีศาลอาจอนุญาตตามคำขอได้ เมื่อมีเหตุอันสมควรและศาลเห็นว่าเพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานเช่นว่านั้นเรื่องนี้ จำเลยมิได้คัดค้านเหตุที่โจทก์อ้างว่าไปหาซื้อสินค้าที่กรุงเทพฯ เพิ่งกลับมาถึงอำเภอกันทรารมย์ในวันที่ 5 กันยายน 2507 ว่าไม่เป็นความจริง ในขณะนั้นคดีก็ยังไม่มีการสืบพยานอย่างใดศาลฎีกาจึงเห็นว่า จะถือว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 88 วรรค 1 ที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน หรือประสงค์จะเอาเปรียบในทางคดียังไม่ได้ โจทก์ก็ได้ยื่นบัญชีระบุพยานช้าไปเพียงวันเดียว พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้โจทก์อ้างพยานหลักฐานได้ เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมตามมาตรา 88 วรรค 3 ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว คำพิพากษาฎีกาที่ 1336/2503 ที่จำเลยอ้างเป็นเรื่องที่สืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนจนเสร็จแล้ว โจทก์จึงมาร้องขอระบุพยาน ไม่ตรงกับรูปคดีนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2138/2561

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ข้อ 15 วรรคสอง ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยานพร้อมทั้งสำเนาก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เมื่อจำเลยที่ 6 ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้วเมื่อวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13666/2558

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 193 ตรี บัญญัติให้ศาลสอบถามคู่ความฝ่ายที่จะต้องนำพยานเข้าสืบว่า ประสงค์จะอ้างอิงพยานหลักฐานใดแล้วให้ศาลบันทึกไว้ ย่อมแสดงว่า ในการพิจารณาคดีมโนสาเร่ เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องบันทึกเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 589738)

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพิ่งมีมติให้เพิกถอนสิทธิของโจทก์ทั้งสองระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถระบุมติดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้