Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2496

พ.ศ. 2496 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลย 2 คน ได้ร่วมรู่กับคนร้าย ไปในการปล้นทรัพย์ แต่ไม่ได้ไปลงมือทำการปล้นด้วยเป็นการแต่นั่งรอยู่ในรถ ยนต์ ซึ่งคนร้ายใช้เป็นพาหนะไปปล้น จอดอยู่ห่างที่เกิดเหตุราว 20 เส้น เมื่อคนร้ายปล้นได้ทรัพย์แล้ว ก็มาขึ้นรถ จำเลยทั้งสิงก็กลับมารถพร้อมกัน จำเลยคนหนึ่งเป็นคุณขับรถยนต์นั้น ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยทั้ง 2 ได้กระทำการ อุดหนุนแก่ผู้กระทำผิดในการปล้นทรัพย์ มีผิดฐานสมรู้ ยังไม่ถึงขั้นเป็นตัวการ./

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 65 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีรวมประมาณ ๘ - ๙ คน ได้สมคบกันปล้นทรัพย์นายน้อย นางพยอม ขอให้ลง โทษ ศาลชั้นต้นพิพากษว่า จำเลยทุกคนมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๑ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา ฯลฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายต๋อย นายแฉล้ม นายสวัสดิ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คงฟังข้อเท็จจริงว่า นายต๋อยจำเลยได้ไปด้วยกับพวกปล้น โดยเป็นคนขับรถทั้งไปและกลับ นาย สวัสดิ์และนายแฉล้มจำเลย ก็ได้ไปกับพวกปล้นรายนี้ด้วยดุจกัน แต่ไม่ได้ไปทำการปล้น เป็นแต่นั่งคอยอยู่ในรถกับ นายต๋อยจำเลย. สำหรับนายสวัสดิ์จำเลย โจทก์ไม่ได้สืบถึงข้อพิรุธที่เกี่ยวกับนายสวัสดิ์จำเลยแต่อย่างใด นายสวัสดิ์จำเลยอาจจะไม่ได้ ร่วมรู้ในการปล้นก็ได้ กรณียังเป็นที่สงสัยอยู่ควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่นายสวัสดิ์จำเลย ส่วนนายต๋อย นายแฉล้มจำเลยนั้น ปรากฎว่าได้ร่วมรู้ไปในการปล้นทรัพย์ด้วย แต้จะไม่ได้ไปลงมือทำการปล้นด้วย เป็น แต่นั่งรออยู่ในรถยนต์ ซึ่งคนร้ายใช้เป็นพาหนะไปปล้นจอดอยู่ห่างที่เกิดเหตุราว ๒๐ เส้นเศษ เมื่อคนร้ายปล้นได้ ทรัพย์แล้วก็มาขึ้นรถ จำเลยทั้งสองก็กลับมากับรถพร้อมกัน โดยนายต๋อยเป็นคนขับ เห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสอง เท่าที่กล่าวมา ต้องถือว่า จำเลยได้กระทำการอุดหนุนแก่ผู้กระทำผิดในการปล้นทรัพย์มีผิดเพียงฐานสมรู้ ยังไม่ถึงขึ้น เป็นตัวการ

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ว่า นายต๋อย นายแฉล้มจำเลยผิดตามมาตรา ๓๐๑ - ๖๕ ฯลฯ ปล่อยนายสวัสดิ์ไป นอกจากนี้คงยืน./

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายถนอม ครูไพ
ศาลศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 103/2502

ผู้ที่มีผิดแม้เพียงฐานสมรู้ ก็ต้องร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์กับผู้ที่มีผิดฐานเป็นตัวการด้วยเหมือนกัน ความผิดฐานสมรู้ในการชิงทรัพย์ ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 และ 86 เพราะเป็นบทกฎหมายที่เป็นคุณแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2501

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอยู่ในตำบลหนึ่ง เมื่อได้ความว่าสมคบกับผู้ใหญ่บ้านตำบลอื่นกระทำผิดในหมู่บ้านอื่นและไม่ปรากฏว่าผู้อยู่เหนืออำนาจได้สั่งให้จำเลยกระทำดังนี้ สำหรับจำเลยที่ 2 จึงไม่เรียกว่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 38048)

จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดฐานเป็นตัวการฉ้อโกงเรื่องแกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.304,306(2) และจำเลยที่ 2 มี ความผิดฐานเป็นผู้ช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดดังกล่าวผิดตาม ก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 79714)

จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดฐานเป็นตัวการฉ้อโกงเรื่องแกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้ ตามก.ม.ลักษณะอาญา ม.304,306(2) และจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเป็นผู้ช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดดังกล่าวผิดตาม ก.ม.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2500

คนร้ายลักโคจูงมาระหว่างทางพบจำเลย จำเลยช่วยคนร้ายไล่ต้อนโคโดยรู้ว่าเป็นโคของผู้อื่นและเมื่อพวกเจ้าทรัพย์มาพบก็วิ่งหนีไปด้วยกัน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบหรือสมรู้กับคนร้ายในการลักทรัพย์

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้