Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5869/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจะซื้อจะขายมิได้ระบุเลขโฉนดที่ดินที่ซื้อขายไว้โดยระบุเฉพาะเนื้อที่และที่ตั้งของที่ดิน เป็นกรณีข้อความในสัญญาไม่ชัดเจน โจทก์ย่อมนำสืบได้ว่าเจตนาแท้จริงของการซื้อขายนั้นคือที่ดินโฉนดเลขที่เท่าใดการนำสืบเช่นนี้หาใช่การนำสืบว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารอยู่อีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ไม่แต่เป็นการนำสืบเพื่ออธิบายข้อความในสัญญาซึ่งยังไม่ชัดเจนพอ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3475 ให้แก่โจทก์ในราคา 160,000 บาท โจทก์ได้วางเงินมัดจำ20,000 บาท ไว้กับจำเลยทั้งสอง ส่วนที่เหลือตกลงจะชำระให้แก่จำเลยทั้งสองในวันจดทะเบียนโอนที่ดิน แต่ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 2 กลับไปทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนขายแก่จำเลยที่ 3 ในราคา 85,000 บาท โดยจำเลยทั้งสามรู้อยู่แล้วว่าโจทก์เป็นผู้อยู่ในฐานะจดทะเบียนสิทธิในที่ดินดังกล่าวได้ก่อน ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3475 ตำบลตรีณรงค์ (บ้านป่า)อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จดทะเบียนโอนขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์พร้อมกับรับเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 140,000 บาทจากโจทก์

หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนและหากไม่เพิกถอนสัญญาซื้อขายดังกล่าวก็ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2คืนเงินแก่โจทก์ 20,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์ตามฟ้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้บอกแก่จำเลยที่ 3 ก่อนโอนแล้วว่าได้ทำสัญญาจะขายที่ดินไว้กับโจทก์จำเลยที่ 3 ให้การว่า สัญญามิได้ระบุว่าขายที่ดินโฉนดเลขที่เท่าใด จึงมิใช่เป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3475 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3475 ตำบลตรีณรงค์ (บ้านป่า)

อำเภอไชโยจังหวัดอ่างทอง ระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้ขายกับจำเลยที่ 3ผู้ซื้อให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไปทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์โดยให้ชำระราคาแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2140,000 บาท ถ้าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยที่ 3 ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาจากพยานหลักฐานในสำนวนศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ในราคา 160,000 บาท โจทก์วางมัดจำไว้แล้ว20,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.3 ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 2ทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 3 ได้รู้อยู่ก่อนรับโอนที่ดินพิพาทแล้วว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้กับโจทก์ก่อนแล้วจำเลยที่ 3 ฎีกาประการสุดท้ายว่า สัญญาตามเอกสารหมาย

จ.3ไม่ได้ระบุเลขโฉนดที่ดินที่ซื้อขายไว้ ที่โจทก์นำพยานบุคคลมาสืบว่าที่ดินที่ซื้อขายตามสัญญาเอกสารหมาย จ.3 เป็นที่ดินพิพาท เป็นการนำสืบเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น เห็นว่า สัญญาตามเอกสารหมาย จ.3 มิได้ระบุเลขโฉนดที่ดินที่ซื้อขายไว้ โดยระบุเฉพาะเนื้อที่และที่ตั้งของที่ดินเป็นกรณีข้อความในสัญญาไม่ชัดเจนโจทก์ย่อมนำสืบได้ว่าเจตนาแท้จริงของการซื้อขายนั้นคือที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 3475 ตำบลตรีณรงค์ (บ้านป่า) อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทองซึ่งการนำสืบเช่นนี้หาใช่การนำสืบว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารอยู่อีกตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ไม่ แต่เป็นการนำสืบเพื่ออธิบายข้อความในสัญญาซึ่งยังไม่ชัดเจนพอ

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุณยเนตร · สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2566

แม้ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองรวมแปดโฉนด ข้อ 5 ระบุให้สัญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้เงิน ข้อ 6 ระบุว่า ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปี และตามบันทึกข้อตกลง ข้อ 1 ระบุว่า หากผู้กู้ผิดสัญญากู้โดยไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2566

แม้สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า สัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6607/2561

ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แม้ถึงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ยินยอมก็ดี..." ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้