Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58671)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบแต่ประการใด เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง นอกจากนี้ฎีกาดังกล่าวไม่ได้ยกขึ้นมาว่ากล่าวกันในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อกฎหมายอันเป็น สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ซึ่งข้อกฎหมายที่จำเลย ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกานั้นจำเลยไม่ได้กล่าวอ้างไว้ตั้งแต่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพมาโดยตลอด ที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นอ้างนั้นเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับไว้ ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่บรรยายฟ้องให้ครบองค์ประกอบตามที่กฎหมาย กำหนดไว้ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่อาจนำมาลงโทษ จำเลยได้ และแม้จำเลยจะมิได้คัดค้านคำฟ้องของโจทก์ไว้ จำเลยก็มีสิทธิในการหยิบยกเป็นข้อกฎหมายฎีกาได้ ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาได้ตามนัยฎีกาที่ 473/2486 ดังนั้นฎีกาของจำเลยสามารถยกข้อกฎหมายขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคแรก จำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ให้นำโทษจำคุก 1 ปี ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1669/2536 ของศาลนี้ มาบวกรวมเข้ากับ คดีนี้รวมเป็นโทษจำคุก 2 ปี คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับบทลงโทษจำเลย ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 37)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คำฟ้องได้ระบุเกี่ยวกับเขตควบคุมการแปรรูปไม้ไว้สมบูรณ์ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว การที่จำเลยฎีกา อ้างว่าฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดในส่วนนี้จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1194/2537พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์โจทก์นายดิเรก สุวรรณศรีจำเลยนายดิเรก สุวรรณศรี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249 ป.วิ.อ. ม. 15 ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบแต่ประการใด เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง นอกจากนี้ฎีกาดังกล่าวไม่ได้ยกขึ้นมาว่ากล่าวกันในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อกฎหมายอันเป็น สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ซึ่งข้อกฎหมายที่จำเลย ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกานั้นจำเลยไม่ได้กล่าวอ้างไว้ตั้งแต่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพมาโดยตลอด ที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นอ้างนั้นเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับไว้ ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

เพราะไม่บรรยายฟ้องให้ครบองค์ประกอบตามที่กฎหมาย กำหนดไว้ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่อาจนำมาลงโทษ จำเลยได้ และแม้จำเลยจะมิได้คัดค้านคำฟ้องของโจทก์ไว้ จำเลยก็มีสิทธิในการหยิบยกเป็นข้อกฎหมายฎีกาได้ ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาได้ตามนัยฎีกาที่ 473/2486 ดังนั้นฎีกาของจำเลยสามารถยกข้อกฎหมายขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคแรก จำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ให้นำโทษจำคุก 1 ปี ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1669/2536 ของศาลนี้ มาบวกรวมเข้ากับ คดีนี้รวมเป็นโทษจำคุก 2 ปี คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับบทลงโทษจำเลย ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 37)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คำฟ้องได้ระบุเกี่ยวกับเขตควบคุมการแปรรูปไม้ไว้สมบูรณ์ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว การที่จำเลยฎีกา อ้างว่าฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดในส่วนนี้จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2562

แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5258/2558

การที่จำเลยกระทำการปลอมเอกสารใบรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษของที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก ด้วยการกรอกข้อความให้ปรากฏว่าเป็นการรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษว่าได้ส่งไปตามหน่วยราชการต่าง ๆ แล้วอันเป็นเท็จ นั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9346/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ถนนที่จำเลยจอดรถมีสภาพมืดไม่มีแสงส่องสว่าง จำเลยไม่ได้เปิดโคมไฟเล็ก โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถยนต์เพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้ใช้ยานพาหนะเห็นรถที่จอดได้โดยชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5025/2557

การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 215 ประกอบมาตรา 158 (7) การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9640/2557

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเฉพาะเรื่องแจ้งความเท็จเกี่ยวกับเรื่องยักยอกเงินว่า จำเลยแจ้งข้อความเท็จ ให้จำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ย่อมถือว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับวันท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้