Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58635)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาในข้อ 2 ที่ว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 แต่ศาลฟังว่าเป็นการใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 265,268 โดยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายการกระทำความผิดตามมาตรา 265 จำเลยจะต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือในการทำและปลอมแปลง ในทางพิจารณาและในสำนวนยังไม่ปรากฏว่า มีอุปกรณ์ในการกระทำความผิดดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลย เป็นผู้ปลอมเอกสารจริงหรือไม่ จึงเป็นการต้องยอมรับตาม ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 268 เท่านั้น จึงไม่ควรนำเอามาตรา 265 เรื่องปลอมเอกสารราชการมาเป็น ข้อวินิจฉัยให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย จำเลยไม่เห็นด้วยกับโทษ ที่ศาลลงตามมาตรา 265 ซึ่งมีบทลงโทษถึงห้าปีโดยมิได้มีการ สืบพยานหลักฐานประกอบ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพราะเป็นการโต้เถียงบทกฎหมายที่ศาลลงโทษ โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 42 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,265,268,91 แต่เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ทำปลอมเอกสารนั้นเองจึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามมาตรา 268ประกอบ มาตรา 265 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 41)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 42 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่าจำเลยรับสารภาพข้อหาใช้เอกสารปลอมเท่านั้น ส่วนการปลอมเอกสารโจทก์มิได้นำสืบถึงเรื่องการปลอมเอกสาร และไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเครื่องมือหรือ อุปกรณ์ในการทำปลอม จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสาร และขอรอการลงโทษแก่จำเลยนั้นเห็นว่าคดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ ตามฟ้อง โจทก์หาจำต้องสืบพยานไม่ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็น การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและการลงโทษ จึงเป็น ปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 663/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นางสาวมาลี แซ่ตั้งจำเลยนางสาวมาลี แซ่ตั้ง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาในข้อ 2 ที่ว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 แต่ศาลฟังว่าเป็นการใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 265,268 โดยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายการกระทำความผิดตามมาตรา 265 จำเลยจะต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือในการทำและปลอมแปลง ในทางพิจารณาและในสำนวนยังไม่ปรากฏว่า มีอุปกรณ์ในการกระทำความผิดดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลย เป็นผู้ปลอมเอกสารจริงหรือไม่ จึงเป็นการต้องยอมรับตาม ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 268 เท่านั้น จึงไม่ควรนำเอามาตรา 265 เรื่องปลอมเอกสารราชการมาเป็น ข้อวินิจฉัยให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย

จำเลยไม่เห็นด้วยกับโทษ ที่ศาลลงตามมาตรา 265 ซึ่งมีบทลงโทษถึงห้าปีโดยมิได้มีการ สืบพยานหลักฐานประกอบ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพราะเป็นการโต้เถียงบทกฎหมายที่ศาลลงโทษ โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 42 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,265,268,91 แต่เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ทำปลอมเอกสารนั้นเองจึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามมาตรา 268ประกอบ มาตรา 265 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 41)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 42 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่าจำเลยรับสารภาพข้อหาใช้เอกสารปลอมเท่านั้น ส่วนการปลอมเอกสารโจทก์มิได้นำสืบถึงเรื่องการปลอมเอกสาร และไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเครื่องมือหรือ อุปกรณ์ในการทำปลอม จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสาร และขอรอการลงโทษแก่จำเลยนั้นเห็นว่าคดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ ตามฟ้อง โจทก์หาจำต้องสืบพยานไม่ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็น การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและการลงโทษ จึงเป็น ปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้